เนชั่นทีวี

ข่าว

บิ๊ก น.1 แฉคนขับรถไฟชนรถเมล์รับเสพยา ให้การขัดแย้งปมไม้กั้น

18 พ.ค. 2569

บิ๊ก น.1 แฉคนขับรถไฟชนรถเมล์รับเสพยา ให้การขัดแย้งปมไม้กั้น

ผบก.น.1 เผยคำให้การคนขับรถไฟ รับเสพยามาจริง ยังพูดขัดแย้งพนักงานกั้นทาง แฉซ้ำคนขับมีประวัติตกเป็นทาสยาเสพติด เล็งจำลองเหตุการณ์ แจ้งข้อหา 3 ราย เหตุรถไฟชนรถเมล์อโศก-ดินแดง

18 พฤษภาคม 2569 เกาะติดความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญอุบัติเหตุ รถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง ล่าสุดตำรวจเตรียมจำลองสถานการณ์พิสูจน์ปมประมาทเล็งเห็นผล พร้อมขยายผลประเด็นร้อนหลังผลตรวจพบ คนขับรถไฟเสพยา ซึ่งโยงไปถึงมาตรการความปลอดภัย และระเบียบปฏิบัติของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมวิเคราะห์เจาะลึกทิศทางคดีสำคัญ ที่สังคมกำลังพิพากษาและจับตามองอย่างใกล้ชิด ผ่านแฮชแท็กยอดฮิต #รถไฟชนรถเมล์ ในเวลานี้


พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดี รถไฟชนรถเมล์บริเวณถนนอโศก - ดินแดง ภายหลังจากประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนว่า ขณะนี้แจ้งข้อกล่าว "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย" ทั้งคนขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น

 

โดยคนขับรถไฟ กับพนักงานควบคุมไม่กั้น ให้การขัดแย้งกัน โดยพนักงานควบคุมไม้กั้น ยืนยันว่า มีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่า พนักงานควบคุมไม่กั้นไม่ได้ให้สัญญาณ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว

 

ส่วนคนขับรถเมล์ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส" แต่เนื่องจากยังมีอาการบาดเจ็บ และพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตำรวจจึงได้ขออายัดตัวไว้ และหากอาการดีขึ้น สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ก็จะคุมตัวไปฝากขังทันที


ส่วนกรณีที่ตรวจพบสารเสพติดกับคนขับรถไฟนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด เนื่องจากยังรอเอกสารทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ส่งมาให้กับพนักงานสอบสวนก่อน หลังจากนั้นก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ส่วนข้อหาอื่น เช่น พ.ร.บ.การเดินรถทางราง , พ.ร.บ.การจราจรทางบก ก็จะไปพิจารณาเพิ่มเติม

พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1    

 

ทั้งนี้จากการสอบปากคำ พบว่า พนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟ ยังให้การไม่ตรงกันในบางประการ จึงต้องหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยพนักงานควบคุมเครื่องกั้นยืนยันว่า มีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว ขณะที่คนขับรถไฟให้การว่า พนักงานควบคุมเครื่องกั้นไม่ได้ให้สัญญาณ


เบื้องต้นทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่ เก็บรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยตั้งประเด็นไว้ว่า การผ่านแต่ละจุดตัดเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นรถไฟ มีการโบกธงถูกต้องและครบทุกขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ อาทิ การให้อาณัติสัญญาณ , การให้สัญญาณธง และการติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารตลอดจนความเร็วขณะผ่านแยกหรือจุดตัดว่าใช้ความเร็วคงที่หรือไม่ และก่อนหน้าที่จะมาถึงจุดเกิดเหตุมีการลดความเร็วหรือไม่ 

 

บิ๊ก น.1 แฉคนขับรถไฟชนรถเมล์รับเสพยา ให้การขัดแย้งปมไม้กั้น

และเบื้องต้น ได้ทำการเรียกช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคำแล้ว โดยจะเน้นไปเรื่องของหน้าที่ในการปฏิบัติ ทั้งนี้ยังได้ประสานไปยังทางการรถไฟ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องการเดินรถทั้งหมดมาสอบด้วยว่า ขั้นตอนของการผ่านจุดตัด แต่ละคนมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่ผู้ว่า รฟท.เพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ เพื่อดูมุมมองการขับรถไฟว่า มองเห็นสัญญาณไฟชัดเจนมากน้อยเพียงใด โดยคาดว่าอย่างเร็วสุดคือภายในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.)


ก่อนจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล และขอเอกสารจากกล่องดำ พร้อมทั้งเรียกนิติกรของการรถไฟ มา
สอบถามว่า ใช้ระเบียบ หรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถ เพื่อพิจารณาว่า ประมาทเล็งเห็นผลแค่ไหน และได้ทำตามขั้นตอนของการรถไฟครบถ้วนหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่แล้วไม่ทำตามหน้าที่หรือไม่ และการอนุญาตให้บุคคลขับรถไฟ เนื่องจากพนักงานคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีการออกใบอนุญาต และเพิ่งจะมีบังคับใช้เมื่อปี 2569 ตำรวจจึงต้องสอบสวนจนสิ้นข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่ไม่มีใบอนุญาตใช้มาตรฐานอะไร ในการควบคุมคนพนักงานขับรถไฟ 


บิ๊ก น.1 แฉคนขับรถไฟชนรถเมล์รับเสพยา ให้การขัดแย้งปมไม้กั้น

 

ในส่วนของพนักงานขับรถไฟที่ มีกระแสข่าวว่า มีสารเสพติดในร่างกายนั้น พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า เป็นความจริงโดยผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเสพยาจริง และอ้างว่า เสพมาก่อนขับประมาณ 10 วัน ซึ่งทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และยังมีข้อมูลอีกว่า คนขับรถไฟมักจะเสพยาเป็นประจำ 

 

 

นายสยมพร พนักงานขับรถไฟวันเกิดเหตุ

 


ทั้งนี้ตำรวจได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปบังคับใช้กฎหมาย บริเวณพื้นที่ห้ามหยุดรถใกล้ทางรถไฟ เพื่อความปลอดภัย ซึ่งไม่อยากให้มองว่าเป็น “วัวหายล้อมคอก“ ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะทางกายภาพบริเวณจุดเกิดเหตุส่งผลให้รถระบายไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังปัญหาทั้งหมด และนำมาบูรณาการร่วมกับทาง กทม. เพื่อพิจารณาว่า ถูกต้องตามหลักวิศวกรจราจรหรือไม่ 


บิ๊ก น.1 แฉคนขับรถไฟชนรถเมล์รับเสพยา ให้การขัดแย้งปมไม้กั้น

 

อึ้งวงจรปิดบางตัว พบคนขับรถไฟ ไม่อยู่ในห้องควบคุมเพื่อบังคับรถก่อนเกิดเหตุ 

 

มีรายงานความคืบหน้า ในคดีรถไฟชนรถเมล์บริเวณถนนอโศก - ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบางตัว ที่จับภาพขณะรถไฟเคลื่อนตัวอยู่ ในวันเกิดเหตุ 16 พ.ค.นั้น ก่อนที่จะเกิดเหตุ มีกล้องบางตัว สามารถจับภาพบริเวณห้องคนขับรถไฟไว้ได้ ซึ่งปรากฏว่า

 

บริเวณห้องคนขับรถไฟ ไม่พบตัวนายสยมพร คนขับรถไฟ นั่งขับอยู่บริเวณจุดควบคุมรถไฟ และในกล้องตัวนี้เห็นเพียงช่างเครื่องอยู่เท่านั้น

 

เรื่องนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด โดยมีการเรียกตัวช่างเครื่อง หรือผู้ช่วยคนขับรถไฟ ซึ่ง เป็นพนักงานบัดดี้ที่มาขบวนเดียวกับ นายสยมพร เข้ามาสอบปากคำในวันนี้ (18 พ.ค.) เพื่อต้องการทราบลักษณะหน้าที่การทำงานของช่างเครื่อง และในขณะก่อนเกิดเหตุ คนขับรถไฟไม่อยู่จริงหรือไม่ แล้วไปอยู่จุดใด รวมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

บิ๊ก น.1 แฉคนขับรถไฟชนรถเมล์รับเสพยา ให้การขัดแย้งปมไม้กั้น