เนชั่นทีวี

ข่าว

เพนตากอนปิดดีล 7 บิ๊กเทค ใช้ AI ทำสงคราม ไร้ชื่อ Anthropic

02 พ.ค. 2569

เพนตากอนปิดดีล 7 บิ๊กเทค ใช้ AI ทำสงคราม ไร้ชื่อ Anthropic

เพนตากอน จับมือ 7 ยักษ์ไอทีรวม OpenAI-Google ใช้ AI เสริมทัพสู้ศึก ด้าน Anthropic หลุดโผหลังเปิดศึกจริยธรรมสงครามกับรัฐบาลทรัมป์ หวั่นกระทบสิทธิพลเมือง

2 พฤษภาคม 2569 ก้าวสำคัญของกองทัพสหรัฐฯ เมื่อ เพนตากอน ประกาศความร่วมมือกับ 7 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อนำเทคโนโลยี AI และ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจท่ามกลางสมรภูมิที่ซับซ้อน ทว่าความเคลื่อนไหวนี้กลับเต็มไปด้วยข้อถกเถียงเรื่อง จริยธรรม AI และความปลอดภัยทางด้านข้อมูล โดยเฉพาะการที่บริษัทคู่แข่งอย่าง Anthropic ถูกตัดชื่อออกหลังมีข้อพิพาททางกฎหมายกับรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ในประเด็น สงคราม AI ที่อาจไร้การควบคุมโดยมนุษย์


กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน แถลงเมื่อวันศุกร์ (1 พฤษภาคม) ว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทเทคโนโลยี 7 แห่ง เพื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ลับของกองทัพ ทำให้กองทัพสามารถใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถของ AI ในการทำสงครามได้ 



เพนตากอนปิดดีล 7 บิ๊กเทค ใช้ AI ทำสงคราม ไร้ชื่อ Anthropic

บริษัททั้ง 7 ประกอบด้วย กูเกิล (Google) ไมโครซอฟต์ (Microsoft) แอมะซอน (Amazon Web Services) เอ็นวิเดีย (Nvidia) โอเพ่น AI (OpenAI) รีเฟล็กชั่น (Reflection) และ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) จะจัดหาทรัพยากรเพื่อช่วย "เสริมประสิทธิภาพการตัดสินใจของทหารในสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการที่ซับซ้อน" ที่น่าสังเกตคือ บริษัท AI อย่าง แอนโทรปิก (Anthropic) ไม่ได้อยู่ในรายชื่อนี้ หลังเกิดข้อพิพาทและการต่อสู้ทางกฎหมายกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับจริยธรรมและความปลอดภัยของการใช้ AI ในสงคราม 



เพนตากอนปิดดีล 7 บิ๊กเทค ใช้ AI ทำสงคราม ไร้ชื่อ Anthropic


เพนตากอนปิดดีล 7 บิ๊กเทค ใช้ AI ทำสงคราม ไร้ชื่อ Anthropic

รายงานของศูนย์เบรนแนนเพื่อความยุติธรรม (Brennan Center for Justice) เมื่อเดือนมีนาคม ระบุว่า เพนตากอนเร่งการใช้ AI อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยลดเวลาในการระบุและโจมตีเป้าหมายในสนามรบ ขณะเดียวกันก็ช่วยในการจัดระเบียบการบำรุงรักษาอาวุธและสายส่งเสบียง แต่ AI ได้ก่อให้เกิดความกังวลแล้วว่า การใช้งานอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของชาวอเมริกัน หรือทำให้เครื่องจักรสามารถเลือกเป้าหมายในสนามรบได้ ซึ่งหนึ่งในบริษัทที่ทำสัญญากับเพนตากอน ระบุว่า ข้อตกลง "กำหนดให้ต้องมีการกำกับดูแลโดยมนุษย์ในบางสถานการณ์"

 

ความกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI ในทางการทหาร เกิดขึ้นระหว่างสงครามของอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซาและเลบานอน โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้ให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างลับๆ ในการติดตามเป้าหมาย แต่จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้เกิดความกลัวว่าเครื่องมือเหล่านี้มีส่วนทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต

 

แอนโทรปิกได้หยิบยกข้อกังวลนี้ขึ้นมา และยืนยันว่า ต้องการการรับประกันในสัญญาว่า กองทัพจะไม่นำเทคโนโลยีของตนไปใช้ในอาวุธที่ทำงานอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบและการสอดแนมชาวอเมริกัน แต่พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวว่า แอนโทรปิกจะต้องอนุญาตให้มีการใช้งานใดๆ ก็ตาม ที่เพนตากอนเห็นว่าถูกต้องตามกฎหมายจากนั้น เรื่องได้บานปลายกลายเป็นข้อพิพาท เมื่อแอนโทรปิกต้องฟ้องร้องทางกฎหมาย เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามห้ามหน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดใช้ 



เพนตากอนปิดดีล 7 บิ๊กเทค ใช้ AI ทำสงคราม ไร้ชื่อ Anthropic


แชทบอท "คล้อด" (Claude) ของบริษัท และเฮกเซธพยายามกล่าวหาว่า บริษัทเป็นความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นการกำหนดเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรมระบบความมั่นคงแห่งชาติโดยศัตรูต่างชาติ ก่อนที่จะทำข้อตกลงกับ โอเพ่น เอไอ (OpenAI) เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อใช้แชทจีพีที (ChatGPT) มาทดแทน

 

เพนตากอนย้ำว่า บุคลากรทางการทหารกำลังใช้ความสามารถด้าน AI ผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ "เจนเอไอดอทมิล" (GenAI.mil) อยู่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สงครามสมัยใหม่จำนวนมาก อาศัยคนนั่งอยู่ในศูนย์บัญชาการหลังจอภาพ ตัดสินใจที่ซับซ้อนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สับสนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบ AI สามารถเป็นประโยชน์ในแง่ของการสรุปข้อมูล หรือ การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพยายามระบุเป้าหมายที่เป็นไปได้