พ.ต.อ.ทวี ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า "มีผู้บงการที่ใหญ่กว่า 5 คน" ที่ถูกจับกุม โดยได้รับข้อมูลจากผู้กระทำผิดที่สื่อสารผ่านญาติและที่ปรึกษากฎหมายในระหว่างการควบคุมตัว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบระบบการสื่อสารและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เตรียมการมานาน
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้กล่าวถึง "ระบบคิด" ของหน่วยงานความมั่นคงบางกลุ่มที่ยังมองการรวมตัวทางการเมืองเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยระบุว่าความคิดดังกล่าวขัดต่อหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่คุ้มครองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง
"มีความคิดอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าพรรคการเมืองที่เกิดจากการรวมตัวของคนในพื้นที่เป็นศัตรูกับความมั่นคง ความคิดนี้ใช้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด อะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญย่อมตกไป ผมอยากฝากไปถึงหน่วยงานความมั่นคงว่า ใครก็ตามที่เดินเข้าสู่วิถีทางรัฐสภา ให้ประชาชนเลือกตั้งมา นั่นคือความงดงามของระบบ"
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลออกมาให้ข่าวในเชิงบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ออกมาให้ข่าวอาจมีความ "ร้อนตัว" หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้กระทำผิดหรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าพยานหลักฐานทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และตรวจสอบได้
สำหรับการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี เผยว่าพรรคประชาชาติต้องการปรับพลวัตทางการเมือง โดยเน้นว่า "ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง" แต่คือการทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น
ประเด็นสำคัญที่พรรคประชาชาติเตรียมขับเคลื่อน ชี้เป้ายิ่งพัฒนาพื้นที่แต่คนยิ่งจนลง และคุณภาพการศึกษาด้อยลง เอาความเจริญและความสุขของประชาชนเป็นตัวตั้ง แม้จะมีจำนวน สส. ไม่มาก แต่ยืนยันจะต่อสู้เพื่อให้สิ่งที่หาเสียงไว้เกิดผลเป็นรูปธรรม
"เราพบกับดักเรื่องคุณภาพชีวิตในพื้นที่ ยิ่งสร้างความมั่นคง ประชาชนยิ่งขาดโอกาส พรรคประชาชาติจะเปลี่ยนแผนงานใหม่ทั้งหมด โดยเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง นี่คือเดิมพันของเรา" พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย
กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส และทีมกฎหมายพรรคประชาชาติ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกหลังซุ่มสืบสวนหาข้อเท็จจริงคู่ขนานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมานานกว่า 1 เดือน ระบุชัดมี "ตัวละครเพิ่ม" เตรียมลากตัวผู้บงการเบื้องหลัง
นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทีมงานไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ได้เร่งวิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนพบข้อบ่งชี้ว่าผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้อาจมีจำนวนมากกว่า 5 ราย ตามที่มีการระบุตัวตนไว้ในเบื้องต้น
"เราได้ข้อมูลมาและนำมาวิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ในการก่อเหตุ หลายอย่างน่าเชื่อว่าคนที่ร่วมกระทำความผิดไม่ใช่แค่ 5 คนนี้ แต่สำคัญที่สุดคือเราไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจน" นายกมลศักดิ์ระบุ
สส.นราธิวาส ยอมรับว่า คดีนี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากมีลักษณะเป็น "คดีจ้างวาน" เป็นที่ทราบกันดีในวงการกฎหมายว่าการจะสาวไปให้ถึง "ตัวการใหญ่" หรือผู้บงการนั้นทำได้ยากยิ่ง หากไม่ได้ข้อมูลจากปากคำของผู้ร่วมขบวนการด้วยกันเอง
พยานหลักฐานชิ้นสำคัญจึงอยู่ที่การซักถามและคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเริ่มมีการซัดทอดและให้ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุดในการแถลงครั้งนี้ คือความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินคดีทางอาญา โดยนายกมลศักดิ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ได้มีการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติมแล้ว เป็น นายทหารที่ยังรับราชการอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 2 นาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน
นายกมลศักดิ์ ปฏิเสธที่จะระบุชื่อและสังกัดที่ชัดเจน โดยระบุสั้นๆ ว่า "ให้ไปสอบถามรายละเอียดจากทางฝ่ายพนักงานสอบสวนเอง"