“พ.ต.อ.กวินศักดิ์” เปิดใจปมเหตุถูกลากโยงคดีกรรโชกทรัพย์
22 เม.ย. 2569

“พ.ต.อ.กวินศักดิ์" เปิดใจครั้งแรก ปมเหตุถูกลากเข้าไปโยงคดีกรรโชกทรัพย์ ปัดเอี่ยวเงิน 2.5 ล้าน ยันทำตามกฎหมาย บริสุทธิ์ใจ ไม่เคยรับผลประโยชน์
ข่าว
22 เม.ย. 2569

“พ.ต.อ.กวินศักดิ์" เปิดใจครั้งแรก ปมเหตุถูกลากเข้าไปโยงคดีกรรโชกทรัพย์ ปัดเอี่ยวเงิน 2.5 ล้าน ยันทำตามกฎหมาย บริสุทธิ์ใจ ไม่เคยรับผลประโยชน์
22 เมษายน 2569 ภายหลังศาลอาญาให้ประกันตัว พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รอง ผบก.ตชด.ภ.4, น.ส.วิภาดา จั่นเรไร,นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ในข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง ของผู้ถูกข่มขืนใจและร่วมกันกรรโชกทรัพย์
จากคดีร่วมกรรโชกทรัพย์ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม. จำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงาน เกี่ยวกับการนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของตรวจคนเข้าเมือง
ต่อมาเวลา 17.40 น. พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รอง ผบก.ตชด.ภ.4 เปิดใจภายหลังได้รับการประกันตัว โดยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจของตนเอง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงในหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าตนมีปัญหาขัดแย้งกับนายอัจฉริยะ มาก่อนถึง 2 ครั้ง และเคยถูกร้องเรียน รวมถึงถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แต่ทุกกรณีตนได้ใช้ข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย จนท้ายที่สุดเรื่องก็ยุติลง โดยยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ และพร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นกระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ยังย้ำว่า ไม่เคยติดต่อหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายอัจฉริยะ แต่อย่างใด และที่ผ่านมาเคยได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิง จนต้องถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนานถึง 3 ปี ส่งผลกระทบทั้งต่อหน้าที่การงานและครอบครัว
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวในสังคมว่า หลายครั้งข้อมูลด้านลบถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อเท็จจริงหรือผลงานที่ตนเคยทำกลับไม่ได้รับการพูดถึง เช่น กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เคยถูกกล่าวหายักยอกเงิน 47 ล้านบาท แต่สุดท้ายสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ และยังพัฒนาองค์กรจนได้รับรางวัล แต่เรื่องดังกล่าวกลับไม่ถูกนำเสนอในสื่อ
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่า เรื่องดังกล่าวควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงจะเหมาะสมกว่า พร้อมย้ำว่าตนไม่มีข้อมูลเชิงลึกในประเด็นนี้ และไม่สามารถให้รายละเอียดได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้อื่นจนส่งผลกระทบต่อตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันจะเดินหน้าทำหน้าที่ตำรวจต่อไป หากมีโอกาส เพราะเชื่อว่าสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามถึงบทบาทหรือการเป็น “คนกลาง” ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดควรเป็นไปตามกระบวนการสอบสวน และขอให้สังคมรอฟังผลอย่างเป็นทางการ
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้มีการพิจารณาให้ออกจากราชการว่า พร้อมน้อมรับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา และเคารพทุกคำสั่งที่ออกมาตามกระบวนการ โดยเห็นว่าหากการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและความเชื่อมั่นของประชาชน ตนก็ยินดีปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ระบุว่า หากผู้บังคับบัญชายังเห็นว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่และทำประโยชน์ให้กับองค์กรและประชาชนได้ ก็พร้อมจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ โดยย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่รับราชการ ตนยึดมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด และยังมีความตั้งใจที่จะรับใช้ประเทศในฐานะข้าราชการตำรวจ
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ยังมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต แม้จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน และครอบครัว แต่ยืนยันว่าจะยอมรับผลที่เกิดขึ้นตามกระบวนการ และเชื่อว่าความจริงจะปรากฏในที่สุด ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ท้ายที่สุด พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ฝากถึงนายอัจฉริยะว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก เนื่องจากผลกระทบไม่ได้เกิดกับตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่ยังลามไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างด้วย พร้อมย้ำว่าความจริงจะปรากฏในที่สุดผ่านกระบวนการยุติธรรม
ข่าวล่าสุด