เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอลุยสอบ บ.เรือน้ำมัน สูญกลางทะเล 60 ล้านลิตร พบโยงปิด GPS

21 เม.ย. 2569

ดีเอสไอลุยสอบ บ.เรือน้ำมัน สูญกลางทะเล 60 ล้านลิตร พบโยงปิด GPS

ดีเอสไอ เรียก 8 บริษัทเรือให้ปากคำ ปมน้ำมันหายกลางทะเล 60 ล้านลิตร พบปิด GPS-จอดเรือผิดปกติ ด้าน ตร.พบ ประวิงเวลาหวังกำไร 48 ล้าน

21 เมษายน 2569 ความคืบหน้าคดีกักตุนน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ

 

โดยในวันนี้ คณะพนักงานสอบสวนชุดทำคดี โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้นัดหมายให้ บริษัทเจ้าของเรือ 8 บริษัท ซึ่งเป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ 20 เที่ยวเรือ เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน โดยพบว่าในช่วงเช้าวันนี้ มีการตอบรับ 2 ใน 8 บริษัท ที่จะเดินทางมาตามนัดหมาย

 

ส่วนอีก 6 บริษัท คาดว่าจะทยอยเข้ามาภายหลัง โดยการสอบปากคำวันนี้ ยังคงเน้นเรื่องของการสอบถามข้อมูลรายละเอียดการขนส่งน้ำมันจากต้นทาง คือ โรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออก ไปยังคลังน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล ราว 60 ล้านลิตร

ดีเอสไอลุยสอบ บ.เรือน้ำมัน สูญกลางทะเล 60 ล้านลิตร พบโยงปิด GPS

 

พร้อมทั้งสอบถามในเรื่องของการประกอบธุรกิจของบริษัท เป็นมาอย่างไร ตลอดจนใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ หลังพบความผิดปกติหลายอย่างในการขนส่งน้ำมันทางเรือในจำนวนดังกล่าว ทั้งการปิด GPS ถึง 10 เที่ยวเรือ การไปพบว่าเรือจอดอยู่กลางทะเล คาดว่าอาจจะมีการถ่ายน้ำมันกลางทะเลถึง 2 เที่ยวเรือ และการประวิงเวลาที่ชัดเจนถึง 8 เที่ยวเรือ แม้ทั้งหมดจะยังไม่มีการเปิดเผยว่าแบ่งเป็นเรือทั้งหมดกี่ลำ และเป็นบริษัทอะไรบ้าง

 

โดยข่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าตัวแทนบริษัทเจ้าของเรือ 1 แห่ง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว จากการสอบถามตัวแทนหนึ่งในบริษัทเจ้าของเรือ ให้ข้อมูลว่า “เป็นเพียงพนักงานของบริษัท และวันนี้ยืนยันว่าผู้บริหารได้เดินทางมาตามนัดหมายแน่นอน พร้อมนำข้อมูลและเอกสารทุกอย่างเข้ามาชี้แจงอย่างครบถ้วน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

ส่วนความกังวลเรื่องมีชื่อบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกับความผิดปกติของน้ำมันที่หายกลางทะเลนั้น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ เราพร้อมชี้แจง และในส่วนเรื่องของน้ำมันที่หายไป ก็รู้เพียงว่ามาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ไม่ทราบในรายละเอียดหรือข้อมูลต่างๆ

   

สำหรับวันนี้ ตัวแทนเจ้าของบริษัทเรือต่างๆ ได้ทยอยเข้าให้ปากคำในฐานะพยานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบคำถามหรือรายละเอียดใดๆ

 

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ ให้ข้อมูลถึงความคืบหน้าทางคดี ระบุว่า วันนี้พนักงานสอบสวนนัดหมายบริษัทเรือ 2 บริษัท เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทฯ เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยากฟังข้อเท็จจริงว่าเรือเป็นของบริษัทจริงหรือไม่ และมีเหตุผลใดที่ต้องใช้เวลาวิ่งแล่นเรือช้าผิดปกติในช่วงเกิดเหตุการณ์ ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่ของบริษัทเรือ พบว่าบริษัทบางแห่งใช้เรือวิ่งเพียง 1 ลำ แต่บางแห่งก็ใช้เรือวิ่ง 2-3 ลำ แต่ก็มีที่ใช้เรือวิ่งวนซ้ำ หากดูจากจำนวนเที่ยวเรือที่พบถึง 20 เที่ยว และมีเรือเพียง 12 ลำ ก็เป็นไปได้ว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่า 1 เที่ยว

   

ดีเอสไอลุยสอบ บ.เรือน้ำมัน สูญกลางทะเล 60 ล้านลิตร พบโยงปิด GPS

 

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้สอบถามถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัท การรับค่าจ้างวิ่งแล่นเรือขนส่งน้ำมัน สัญญาจ้าง เป็นต้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าบริษัทแต่ละแห่งเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นใดและไปส่งคลังบริษัทน้ำมันใดใน จ.สุราษฎร์ธานี ก็เป็นในส่วนที่กรรมการของบริษัทจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนด้วย

 

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า สำหรับบริษัทเจ้าของเรือ ที่พบทั้งหมด 8  บริษัท ได้ดำเนินการสอบปากคำในฐานะพยานกับบริษัทเรือ 1 แห่งไปแล้วที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในวันนี้พนักงานสอบสวนได้นัดหมายบริษัทเรือให้เข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยาน จำนวน 2 บริษัท และอีกครั้งในวันที่ 23 เมษายน 2569 นี้ อีกจำนวน 3 บริษัท

  

ส่วนบริษัทอีก 2 แห่งที่เหลือ ยังไม่ได้คอนเฟิร์มเข้ามา ทราบว่าอยู่ต่างประเทศ หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็จะได้แจ้งมายังพนักงานสอบสวนให้รับทราบ

 

ขณะเดียวกัน วันนี้ตนยังคงอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อหารือในเรื่องสำนวนคดีบริษัทคลังน้ำมัน ส่วนกรณีเคสที่ จ.อ่างทอง ยังอยู่ระหว่างเลือกธุรการทางคดี ซึ่งทางชุดคณะทำงานกลั่นกรองสำนวนคดีที่ขึ้นตรงกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ประมวลรายละเอียดเนื้อหาก่อนเสนออธิบดีฯ ใช้อำนาจพิจารณารับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง

 

ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทย จอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น ฟันกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท

 

วันเดียวกัน เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) แถลงข่าวผลการปฏิบัติการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยในพื้นที่อ่าวไทย สืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศในช่วงสถานการณ์วิกฤตระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม 2569 ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุส

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.

 

โดยเมื่อวันที่ 25 และ 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ ***เรือน้ำมันต้องสงสัยจำนวน 2 ลำ บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเรือทั้ง 2 ลำรับน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง เพื่อมุ่งหน้าไปส่งยังคลังน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติการณ์การเดินเรือที่ล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ โดยเฉพาะข้อมูลในช่วงวันที่ 24-26 มีนาคม 2569 ที่พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่งอย่างชัดเจน

 

สอดคล้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 6 บาท/ลิตรในวันที่ 26 มีนาคม 2569 ทำให้ผู้ประกอบการอาจสามารถทำกำไรส่วนต่างจากการประวิงเวลาเข้าเทียบท่าได้ เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำหากพิสูจน์ว่ากระทำผิดจริง จะได้กำไรสูงถึง 48 ล้านบาท รวมปริมาณน้ำมันเกือบ 10 ล้านลิตร

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดฐาน ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีความผิด จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าตรวจสอบเรือทั้งสองลำเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคุมเข้มเส้นทางการขนส่งน้ำมัน เพื่อป้องกันและปราบปรามการประวิงเวลาเดินเรือเพื่อเก็งกำไร รวมถึงการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ต่อไป