DSI พบพิรุธเรือขนน้ำมัน "วิ่งนานผิดปกติ" ยอดพุ่ง 99 เที่ยว
07 เม.ย. 2569

โฆษกดีเอสไอเผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหน 57 ล้านลิตร "สุราษฎร์ธานี" พบตัวเลขเที่ยวเรือเพิ่มเป็น 99 เที่ยวเรือ ต้นทางจากระยอง-ศรีราชา ชี้เรือบางลำใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ
ข่าว
07 เม.ย. 2569

โฆษกดีเอสไอเผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหน 57 ล้านลิตร "สุราษฎร์ธานี" พบตัวเลขเที่ยวเรือเพิ่มเป็น 99 เที่ยวเรือ ต้นทางจากระยอง-ศรีราชา ชี้เรือบางลำใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ
7 เมษายน 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ "ดีเอสไอ" เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รายงานข้อมูลตัวเลขเรือ และปริมาณน้ำมันที่หายไปพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีให้ชัดเจนในวันนี้ ภายหลังมีการตรวจสอบหายไป 57 ล้านลิตรว่า หลังจากได้รับข้อสั่งการ ดีเอสไอ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้แทนจากกรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาหารือ และตรวจสอบชนกัน เพราะกระบวนการขนส่งน้ำมัน เวลาน้ำมันจะออกจากคลัง จะต้องมีใบกำกับการขนส่ง และต้องมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตต้นทาง และต้องมีการตรวจเช็กน้ำมันปลายทาง ตอนนี้อยู่ระหว่างการนำข้อมูลทั้งหมดมาชนกันและทำเป็นข้อมูลเดียวเพื่อยืนยันปริมาณน้ำมันกับเที่ยวเรือทั้งหมดที่ลงไปยังพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาให้ชัดเจน
ล่าสุดเบื้องต้นที่นำข้อมูลมาชนกัน พบว่า มีการปรับตัวเลขเที่ยวเรือน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 96เที่ยวเป็น 99 เที่ยวเรือ ที่เดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้กำลังเร่งสรุปยอดปริมาณน้ำมันทั้งหมด โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจน
ซึ่งจะเร่งดำเนินการตรวจสอบตัวเลขน้ำมันทั้งหมดที่ลงไปในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องจะมีการสอบสวนขยายผลควบคู่กันไป
ส่วนจำนวนตัวเลขเรือ จะเป็นการนับจากเที่ยวเรือที่วิ่งเดินทาง ซึ่งเรือบางลำวิ่งมากกว่า 1 เที่ยว โดยจะต้องทำการแยกออกมาว่าใน 99 เที่ยวเรือ มีเรือทั้งหมดกี่ลำที่ใช้วิ่งไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี โดยพบว่า แหล่งที่เดินทางหลักนั้นจะออกจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออก คือจากทางศรีราชา และระยองเป็นหลัก เพื่อเดินทางไปที่พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีก
ส่วนระหว่างเดินทางปริมาณน้ำมันยังปกติ แล้วไปหายที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่นำตัวเลขข้อมูลมาชนกันแล้วจะสามารถอธิบายรายละเอียดได้อีกครั้ง
ขณะที่ขนาดเรือที่บรรทุกน้ำมันไปนั้น ขึ้นอยู่กับระวางเรือ แต่ละลำมีไม่เท่ากัน ซึ่งเรือบางลำก็บรรทุกน้ำมันชนิดเดียว บางลำบรรทุกน้ำมันหลายชนิด จึงต้องมีการตรวจสอบลงรายละเอียดทั้งหมดก่อน เพราะขณะนี้ได้เชิญหน่วยงานควบคุมทางกฎหมายคือ กรมธุรกิจพลังงาน และกรมสรรพสามิต มาดูตัวเลขทั้งหมดเพื่อให้เป็นตัวเลขเดียวกันแล้ว
นอกจากนี้ ยังตรวจพบอีกว่า มีเรือบางลำที่ใช้เวลาวิ่งนานกว่าเวลาวิ่งปกติ ซึ่งเป็นเรือที่บรรทุกน้ำมันชนิดเดียวและหลายชนิด โดยอยู่ระหว่างการขยายผลต่อ เพราะเรือที่ขนน้ำมันจะต้องมีการลงทะเบียนไว้ ซึ่งขอเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดให้ครบถ้วนก่อนจะให้ความชัดเจนอีกครั้ง
ข่าวล่าสุด