เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

05 เม.ย. 2569

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

เจาะไทม์ไลน์แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี มีอดีตนาวิกโยธิน เป็นผู้สั่งการครบวงจร “ยิง สส. - แจ้งหาย - ทำลายหลักฐาน”

5 เมษายน 2569 ความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบยิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สนธิกำลังขยายผลเข้าตรวจค้นในพื้นที่อำเภอตากใบ พบหลักฐานสำคัญเป็นซากรถยนต์ที่คาดว่าใช้ก่อเหตุถูกชำแหละแยกชิ้นส่วน พร้อมคำให้การซัดทอดถึง "อดีตทหาร" เป็นผู้สั่งการ

 

โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย (ทหาร ตำรวจ ปกครอง) เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในบ้านทุ่งฝ้าย หมู่ 4 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หลังขยายผลจากการควบคุมตัว นายสุนทร (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี เจ้าของโกดังเก็บชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

 

จากการตรวจค้น 2 จุดสำคัญ พบหลักฐาน 

 

จุดที่ 1 บ้านพักหลังหนึ่ง ในท้องที่ ม.4 ซึ่งเป็นบ้านของนายสุนทร เจ้าหน้าที่ยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 1 เครื่องเพื่อนำไปตรวจสอบเส้นทางรถ

    

จุดที่ 2 อู่ซ่อมรถไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ภายในสวนปาล์มของนายสุนทร เจ้าหน้าที่พบ นายจำลอง (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ช่างประจำอู่ และตรวจพบชิ้นส่วนรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ทะเบียนปัตตานี ตรงกับลักษณะรถต้องสงสัยที่ใช้ในการก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์

 

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

ชิ้นส่วนที่ตรวจยึดได้ รวม 20 รายการ อาทิ ชิ้นส่วนตัวถัง , หลังคารถ , พวงมาลัย , ฝากระโปรง , โครงรถส่วนล่าง และเครื่องมือที่ใช้ในการตัดแยกชิ้นส่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายจำลอง (ช่าง) ส่งศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 (ฉก.ทพ.46) ทันที

 

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

 

จากการซักถาม นายสุนทร เจ้าของอู่ ให้การยอมรับสารภาพในประเด็นการทำลายหลักฐาน แต่ยังปฏิเสธไม่มีส่วนร่วมในขั้นตอนการลอบยิง โดยระบุว่าผู้สั่งการคือ นายสมพร  หรือ “หมวดพร" อดีตทหารเรือ สังกัดค่ายจุฬาภรณ์ ซึ่งรู้จักกันมานานกว่า 20 ปี


 

ไทม์ไลน์หลังเกิดเหตุตามคำให้การของนายสุนทร

 

20 มี.ค. 69 (หลังเกิดเหตุยิง สส. 1 ชั่วโมง) นายสมพร อดีตนาวิกโยธิน ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ สั่งให้นายสุนทรนำรถไปเก็บ และจะมีชาย 2 คนไปหาที่อู่ โดยชาย 2 คนเป็นคนนำรถไปส่ง

 

คืนเดียวกัน นายสุนทร ขับรถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีแดง ไปรับชาย 2 คนจากอู่ (หลังส่งรถ) เพื่อไปส่งที่บ้านของนายสมพร ในพื้นที่ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

 

21 มี.ค. 69 นายสุนทร ทราบข่าวจากโทรทัศน์ว่ามีเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จึงเข้าใจทันทีว่าชาย 2 คนที่ตนไปส่ง เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

 

หลังเกิดเหตุ 1-2 วัน นายสมพร โทรศัพท์สั่งให้ "ชำแหละรถ" คันที่ใช้ก่อเหตุทันที โดยกำชับให้ลบหมายเลขแชสซี และแยกโครงเหล็กออกเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่นายสมพรจะขาดการติดต่อ และถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวในเวลาต่อมา

 

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

 

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ พบว่าชายปริศนา 2 คนที่รับคำสั่งจากนายสมพร ให้ไปส่งรถ พบประวัติไม่ธรรมดา

 

ข้อมูลจากการขยายผลระบุว่า ชาย 2 คนที่นายสุนทรไปรับจากอู่ และพาไปส่งที่บ้านนายสมพร คือ นายธนภัทร (สงวนนามสกุล) และ นายวิโรจน์ (สงวนนามสกุล) มียศทหารชั้นสัญญาบัตร

 

มีรายงานว่าเป็น สองคนนี้ หรืออย่างน้อย 1 ใน 2 คน เป็นอดีตจ่าทหารเรือที่ลาออกจากราชการ แต่หากเป็นนายวิโรจน์ ก็น่าสงสัยว่า ทำไมกลายเป็นทหารยศสัญญาบัตร

 

ทั้งสองถูกคุมตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว หลังถูกซัดทอดจากเจ้าของอู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุมนายสมพร และลูกชายได้ในเวลาต่อมา รวมผู้ที่ควบคุมตัว 6 คน ตามที่ “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี รายงาน

 

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

 

ส่วนทีมยิงยังมีอีก 1-2 คน ออกหมาย พ.ร.ก.แล้ว แต่ยังจับกุมไม่ได้

 

เปลี่ยนหมาย พ.ร.ก.เป็นหมายจับ “2 พ่อลูกอดีตนาวิกโยธิน”

 

ล่าสุด พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ได้ออกหมายจับ ป.วิอาญา ผู้ต้องหายิง สส. กมลศักดิ์ แล้ว 4 คน เมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 ประกอบด้วย นายอลาวี , นายธนภัทร , นายสมพร  อดีตทหารเรือนาวิกโยธิน และ นายยศกร บุตรชาย

 

โดยทั้ง 4 คน เป็นบุคคลที่โดนออกหมาย พ.ร.ก.มาก่อนหน้านี้ เมื่ออกหมาย ป.วิอาญา เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว 2 พ่อลูก จากศูนย์ซักถาม ไปสอบสวนตามกระบวนการคดีอาญา และกำลังติดตามตัวอีก 2 คนที่ยังหลบหนี

 

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9

 

อย่างไรก็ดี ข่าวเชิงลึกที่ “ข่าวข้นคนข่าว” ได้มา คือ นายธนภัทร ถูกจับแล้ว ส่วนนายวิโรจน์​ ยังไม่ถูกพูดถึง และยังมีอีก 2 คนที่ถูกควบคุมตัว คือ เจ้าของอู่ กับช่างประจำอู่

 

แฉทหารแจ้งรถหาย - ไม่รู้ตาใส หรือทำลายหลักฐาน?

 

ไทม์ไลน์ แผนสังหาร สส.กมลศักดิ์ โยงคนมีสี อดีต นย.ผู้สั่งการ

 

สำหรับรถยนต์คันนี้ มีหลักฐานว่าเป็นรถ กอ.รมน.นราธิวาส โดยทีมยิง สส.กมลศักดิ์ ยืมไปจากเจ้าหน้าที่ทหารที่รู้จักกันใน กอ.รมน.นราธิวาส โดยทหารรายนี้ อ้างว่าไม่รู้ว่ารถถูกนำไปใช้ผิดกฎหมาย

 

หลังเกิดเหตุยิง มีการส่งรถไปชำแหละ และมีคนของหน่วย กอ.รมน. ไปแจ้งความรถหาย

 

แก๊งยิง สส.ชายแดนใต้ เรื่องใหญ่กว่าที่คิด!

 

 - แม้ผู้ต้องหาที่ร่วมทีมยิง เป็นอดีตทหารนอกราชการ

แต่ความเกี่ยวพันแยกกันไม่ออก เพราะใช้รถของทางราชการที่ยังไม่ถูกจำหน่ายออก

 

 - สะเทือนภาพลักษณ์ กอ.รมน. เพราะเป็นรถ กอ.รมน.  

ถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องความหละหลวมในการควบคุมรถ เพราะรถถูกยืมไปใช้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์

 

 - สะท้อนปัญหาใน กอ.รมน. แหล่งรวมกำลังพลแบบใด?

ทหารใน กอ.รมน.ให้เพื่อนอดีตทหารยืมรถ และถูกนำรถไปยิง สส. ไม่รู้เลยหรือว่าเพื่อนรับงาน

 

- เครือข่ายทหารสีเดียวกัน ทั้งในและนอกราชการ ทำภารกิจทั้งในและนอกกฎหมาย?

  • อดีตทหารที่ก่อเหตุเป็นอดีต นย. ทหารเรือ
  • ลูกน้องที่นำรถไปส่งอู่เพื่อชำแหละ ก็เป็นอดีตทหารเรือ
  • ทหารใน กอ.รมน.ที่ให้ยืมรถ เป็นทหารเรือด้วยหรือไม่?
  • แต่ “บิ๊ก กอ.รมน.จังหวัด” เป็นทหารเรือยศสูง ขณะนี้มีข่าวโดนสอบ

 

 - คนกลุ่มนี้รู้จักกัน และรู้จักอู่รถที่รับงานผิดกฎหมาย

 

 - อาวุธปืนมาจากไหน ทำไมมีอาวุธสงคราม “ไม่มีประวัติ” มาใช้ได้ รวมทั้งเครื่องกระสุน

 

ทฤษฎีปืนโจร ปืนเวียน ปืนไร้ที่มา

 

 - เหตุการณ์แบบนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ถ้าไม่รื้อโครงสร้าง จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเพื่อดับไฟใต้ไม่ได้เลย

 

 1.คนชายแดนใต้จะตั้งคำถามตลอดว่า เหตุร้ายแต่ละเหตุ ใครก่อกันแน่ เจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์เองหรือไม่

 

 2.กระบวนการตรวจพิสูจน์หลักฐานจะสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้เลยว่า ผลที่ออกมาปราศจากข้อสงสัยจริงๆ

 

 3.กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน/ต่อต้านรัฐ จะนำไปขยายผลไม่จบ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่เชื่อใจรัฐ

 

 4.งบประมาณที่ลงไปกว่า 5.1 แสนล้าน จะถูกตั้งคำถามไม่เลิกว่า คุ้มค่าจริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วคือการสร้างสถานการณ์เพื่อเอางบกันแน่

 

 5.กอ.รมน.และกฎหมายพิเศษทุกฉบับ จะถูกตั้งคำถามว่า ควรมีและใช้ต่อไปหรือไม่ เพราะนอกจากจะไม่สามารถสกัดกั้นเหตุร้ายจากกลุ่มโจรใต้ (หน่วยในพื้นที่ยอมรับเอง) ยังมีภัยแทรกซ้อนจากพวกเดียวกันเองอีกด้วย