แฉใช้วิธีการสวมสิทธิ์
วิธีการคือ นายอำเภอรายนี้จะตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ โดยคัดกรองประวัติบุคคลที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางทะเบียนติดต่อกันหลายๆ ปี ซึ่งอาจเป็นบุคคลในพื้นที่ห่างไกล ผู้ป่วยติดเตียง หรือเสียชีวิตไปแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งตาย และไม่ได้ออกใบมรณบัตร จากนั้นก็นำข้อมูลบัตรประชาชนเหล่านั้น มาออกบัตรใหม่ให้กับ “กลุ่มคนจีน” ที่ต้องการมีบัตรประชาชน
ความน่ากลัวของวิธีการนี้คือ บัตรนี้ไม่ใช่บัตรปลอม แต่เป็น “บัตรจริง” ทำธุรกรรมต่างๆ ได้จริง ได้รับสิทธิและสวัสดิการสังคมเหมือนคนไทยทุกอย่าง แม้แต่อยากไปเลือกตั้งก็ยังไปใช้สิทธิ์ได้
ผลของปฏิบัติการ ปรากฏว่านายอำเภอไหวตัว หลบหนีไปก่อน แต่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ได้ไปค้นสำนักงาน พบเอกสารสวมบัตรประชาชนมากถึง 400 ราย มีหลักฐานว่าเรียกเก็บเงินค่าสวมบัตร คนละ 100,000 บาท
จึงสันนิษฐานได้ว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางเงินเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการ
เบื้องต้นจะมีการตรวจสอบย้อนหลังว่า นายอำเภอคนก่อนๆ มีพฤติการณ์แบบเดียวกันหรือไม่ และมีใครร่วมขบวนการบ้าง เม็ดเงินมากขนาดนี้ ส่งส่วยให้ใคร และจำนวนบัตร 400 ใบ เป็นการทำในห้วงเวลากี่เดือน
เพื่อจะได้ประเมินความเสียหายว่า ออกบัตรไปแล้วมากน้อยแค่ไหน และใครบ้างที่นำบัตรประชาชนไปใช้งาน เรื่องนี้ถือว่ากระทบความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรง