ต่อมานายสุชาติ และคณะได้ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เพื่อติดตามภารกิจดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภูเขาสูงชัน ซึ่งเข้าถึงได้ยาก โดยมีการระดมทั้งเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำ และอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน สนับสนุนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการ พร้อมมอบอุปกรณ์จำเป็น เสริมขีดความสามารถ และรับฟังปัญหาอุปสรรคจากหน้างาน เพื่อนำไปปรับปรุงมาตรการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในปีนี้ยังคงมีความรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ แต่ภาพรวมเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น โดยสามารถลดจำนวนจุดความร้อนและค่าฝุ่น PM2.5 ลงได้ประมาณร้อยละ 10–40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและไม่ประมาท ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับ “สุขภาพของประชาชน” ควบคู่กับการเร่งควบคุมสถานการณ์
โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามจุดความร้อนแบบเรียลไทม์ การสนับสนุนอากาศยานดับไฟ การควบคุมพื้นที่เสี่ยง และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
ส่วนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยปัจจุบันภาคเอกชนได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กระทรวงฯ เตรียมผลักดันงบประมาณเพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มจุดเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการควบคุมสถานการณ์ให้ดียิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้กำชับเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้มีการบริหารจัดการกำลังพลอย่างเหมาะสม สับเปลี่ยนเวรเพื่อลดความเหนื่อยล้า และคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ พร้อมลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเสียสละต่อเนื่อง
“เป้าหมายสำคัญคือ การฟื้นฟูคุณภาพอากาศ และสร้างความเชื่อมั่นให้เชียงใหม่กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพอีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของประชาชนและเศรษฐกิจในระยะยาว” นายสุชาติ กล่าว