เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ออกมาวิจารณ์กรณีการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ถือผิดมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่านเป็นพรรคร่วม และตอนนี้ท่านก็ไม่ได้เป็น สส.แล้ว ท่านคงพูดในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งท่านอาจจะอยากให้ความเห็น ส่วนรัฐบาลจะปฏิบัติหรือไม่ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจ แต่เราก็รับฟังไม่ใช่ไม่รับฟังความเห็นอะไรที่ส่งมา เราก็รับฟังหมด
ส่วนจะให้ประชาชนคลายกังวลได้หรือไม่ ว่าสถานการณ์น้ำมันจะเริ่มคลี่คลายแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เริ่มคลี่คลายตามลำดับ "ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาสู่สภาวะเป็นปกติวันนี้หรือเมื่อวานซะเมื่อไหร่ แต่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ" มีการรายงานเข้ามาตลอด เครือข่ายและมีการใช้เครือข่ายของบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศ โดยเขามีเครือข่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามา ทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่า ยังไม่มีความผิดปกติใดๆ ในการนำเข้าน้ำมัน
นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติ ปตท.นำร่องไปแล้ว คือการสั่งน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา และนำส่วนนี้ส่งต่อไปยัง สปป.ลาว ซึ่งจะยิ่งทำให้เราสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ โดยก่อนหน้านี้ ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องส่งไป สปป.ลาว รัฐบาลก็ให้เหตุผลแล้วว่าเหตุใดจึงต้องส่งไป พร้อมกับรับฟังที่พี่น้องประชาชน ที่อยากจะให้เพิ่มความมั่นใจ ทาง ปตท. ก็มีช่องทางที่จะนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปเข้ามา และปันไปยัง สปป.ลาว และได้ราคาที่ตกลงกับ สปป.ลาว ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพิ่มขึ้นไปอีก ปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าไปในระบบก็มีมากขึ้น ถ้าใช้ไม่หมดก็สำรองเอาไว้ ซึ่งการสำรองน้ำมันก็มีตามกฎหมายอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยเรื่องการบริหารจัดการน้ำมันจะทำให้เสียสมาธิในการทำงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ ตนไม่รู้สึกเสียสมาธิ แต่ที่ไม่ค่อยได้พูดเล่นชวนหัวกับผู้สื่อข่าวในช่วงนี้ เพราะตนเข้าใจว่าประชาชนมีความกังวล และมีความห่วงใยในสถานการณ์ ตนจึงต้องใส่ใจให้มากขึ้น เพราะมีหน้าที่ที่จะทำให้ความกังวลของประชาชนลดลงน้อยที่สุด
“จะบอกว่าอย่าห่วงใยเลย ก็พูดเต็มปากไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าคู่กรณีที่รบกันอยู่ในตะวันออกกลาง วันนี้บอกเปิดพรุ่งนี้บอกปิด วันนี้บอกหยุดยิงพรุ่งนี้บอกยิงกันใหม่ ตรงนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เราจะต้องบริหารจัดการให้ได้ คือต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันของเรา จะต้องไม่หายไปจากระบบ ซึ่งเรามีความมั่นใจอยู่” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าในช่วงเดือนเมษายน น้ำมันดีเซลอาจแตะลิตรละ 60 บาท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องราคาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้ามีข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็เป็นทุกวงการไม่ใช่เฉพาะราคาน้ำมัน แม้กระทั่งตอนที่เรามีมีปัญหากับกัมพูชา หุ้นเราก็ตก
ดังนั้นจึงต้องเป็นของกลไกตลาด สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือค่อยๆ แก้ปัญหาในเรื่องของซัพพลาย ที่จะต้องไม่มีผลกระทบ แต่ยังต้องเรียนให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจว่า น้ำมันของเรายังมีปริมาณที่เพียงพอต่อการให้บริการ ยิ่งประชาชนให้ความร่วมมือช่วยกันประหยัด ช่วยกันหาพลังงานทางเลือก และช่วยกันลดการใช้น้ำมันเหล่านี้ จะยิ่งทำให้ความมั่นคงทางพลังงานมีระดับสูงเพิ่มขึ้นไปอีก
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีของขวัญให้กับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เช่น ราคาน้ำมันจะลดลง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปตามกลไกตลาด
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถึงขั้นจะต้องมีการเตรียมภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานภายในประเทศหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ณ ขณะนี้ในประเทศไทยถือว่ายัง
ส่วนจะบริหารความรู้สึกประชาชนอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าประชาชนเข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์โลกเป็นอย่างไร สิงคโปร์ลิตรละร้อยกว่า อเมริกา ลิตรละ 90 มาเลเซีย ลิตรละ 47 บาท จะเห็นได้ว่าขึ้นทั่วโลกไม่ใช่ขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ถ้าประเทศอื่นยังมั่นคงอยู่ ตัวเลขยังนิ่งๆ แล้วประเทศไทยยังขึ้นราคาอยู่ประเทศเดียว ตรงนี้จะต้องดำเนินการ และดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่เกิดไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ จนทำให้ค่า PM 2.5 พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้กำชับอย่างไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดดูอยู่