เลขาฯศาลยุติธรรมเเจ้งถอดสูททั่วประเทศประหยัดพลังงานรับมติ ครม
17 มี.ค. 2569
โฆษกศาลฯเผย เลขาฯศาลยุติธรรมออกมาตรการถอดสูททั่วประเทศประหยัดพลังงาน รับปฏิบัติตามมติ ครม. ในส่วนห้องพิจารณาคดียังต้องสวมครุยว่าความ เหตุมีกฎหมายกำหนดไว้
ข่าว
17 มี.ค. 2569
โฆษกศาลฯเผย เลขาฯศาลยุติธรรมออกมาตรการถอดสูททั่วประเทศประหยัดพลังงาน รับปฏิบัติตามมติ ครม. ในส่วนห้องพิจารณาคดียังต้องสวมครุยว่าความ เหตุมีกฎหมายกำหนดไว้
ภายหลัง มติ ครม.วันที่ 10 มี.ค. ล่าสุดเคาะมาตรการด่วน สั่งข้าราชการ Work from Home รับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมสั่งระงับดูงานต่างประเทศ เเละให้ถอดสูทประชุม
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่าเมื่อครม.มีมติ ในวันรุ่งขึ้น(11 มี.ค.)ทางสํานักงานศาลยุติธรรม นาย
ธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม ก็เรียกประชุม โดยด่วนเเละออกมาตรการไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศ เเละหน่วยงานในสังกัดทั้งหมดเพื่อให้เดินตามแนวทางที่รัฐบาลได้ออกไว้ในเรื่องของมาตรการการประหยัดพลังงาน
ซึ่งความจริงศาลยุติธรรมเองก็ดําเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้ก็ถือเป็นการเน้นย้ําและให้นําไปสู่ภาคปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับลดอุณหภูมิ ลดการใช้พลังงานในเรื่องของเครื่องปรับอากาศ
ในส่วนของรูปธรรมที่เห็นชัด ก็คือการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ประธานศาลฎีกาได้มีดําริ ว่าให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดไม่ต้องใส่สูท ไม่ต้องผูกเนคไท ใส่เสื้อที่ ระบายอากาศได้ดี รวมถึงมีการปรับลดในการใช้พลังงาน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่อยู่ในห้องประชุมใหญ่ ในส่วนของศาลอุทธรณ์ ก็ดําเนินการในรูปแบบเดียวกับศาลฎีกาฯ ให้สอดคล้องตามแนวทางของรัฐบาล
เเต่ในส่วนการพิจารณาคดีเนื่องจากเครื่องแบบหรือเครื่องแต่งกายของผู้พิพากษา อัยการก็ดี หรือว่าทนายความ จะมีกฎหมายเป็นตัวกําหนดเอาไว้ ในเรื่องของชุดครุย ที่ต้องสวมทับสูท ในการบริหารพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ผู้บริหารของศาลก็คงจะต้องใช้ให้สอดคล้องกับการทํางานของตัวเอง และก็กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย หากอยู่ในบัลลังก์ หรือห้องพิจารณาคดีก็ยังคงใส่สูทมีชุดครุยทับเป็นไปตามปกติ
แต่ในเรื่องของอุณหภูมิในห้องหรือการใช้เครื่องปรับอากาศ ก็จะต้องมีการปฏิบัติตามแนวทางที่สํานักงานศาลยุติธรรมได้ออกไปซึ่งก็เดินตามแนวทางของมติคณะรัฐมนตรี
ส่วนเรื่อง Work from Home อันนี้ต้องรายละเอียดที่ ครม.จะส่งให้เรา มาพิจารณาว่าจะปรับอย่างไรให้สอดคล้องกับบริบทการทํางานการยุติธรรมในส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะต้องให้บริการประชาชน ก็อาจทำไม่ได้
เพราะในส่วนของ การพิจารณาคดี ที่จะต้องมีการใช้พิจารณาคดีแบบปกติก็คงจะต้องเดินตามแนวเดิมต่อไปไม่สามารถ Work from Home ได้
เเต่หากมีกรณีไหนที่สามารถใช้ระบบออนไลน์ได้ ซึ่งระเบียบหรือกฎหมายบางอย่างเปิดช่องอยู่ก็อาจจะสามารถที่จะใช้ระบบการพิจารณาคดีแบบออนไลน์ ซึ่งเรามีระบบรองรับทําได้เหมือนช่วงสถานการ ณ์โควิด ที่คงจะต้องมีการเอามาปรับใช้ให้มันสอดคล้อง กับการบริการในสถานการณ์นี้
