ส่วนการประชุม RBC ที่ฝ่ายกัมพูชามีการแทรกข้อเสนอให้กลับไปสำรวจเขตแดน เหมือนก่อนหน้าที่จะมีการสู้รบครั้งที่ 2 นั้น
พลตรี วินธัย กล่าวว่า กลไก RBC ยังคงอยู่ในกรอบที่เราตกลงกันในช่วงระยะหลัง อะไรที่มากกว่านี้น่าจะเป็นอีกวาระหนึ่ง ดังนั้นขณะนี้เราต้องดำเนินตาม 11 ข้อ
ท่าทีกัมพูชาในปัจจุบัน เกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังพล
นอกจากนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก สรุปภาพรวมภารกิจการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ว่า การพามาครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ
1.ต้องการให้สัมผัสกับผู้บังคับหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นพื้นที่กึ่งชุมชน อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าฝ่ายไทยปฏิบัติการอยู่ในกรอบกติกา และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย คือไม่มีประชาชนและพลเรือนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย
2.พื้นที่แห่งนี้ สื่อมวลชนอาจมองและเข้าใจว่าปฏิบัติการได้สะดวกและง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงผู้ปฏิบัติก็ต้องมีปฏิภาณไหวพริบในการดำเนินกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ จนสามารถสถาปนาความมั่นคง และวางแนวทางสร้างความปลอดภัยให้กับกำลังพลได้
ส่วนที่ปรากฏข่าวเป็นระยะ เช่น เสียงระเบิด เสียงจากอาวุธ อย่างเครื่องยิงลูกระเบิดนั้น เกิดจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มีเป้าประสงค์จะคุกคามต่อปฏิบัติการทางทหาร มองว่าเป็นเรื่องวินัยกำลังพลหย่อนยานมากกว่า
ซึ่งเกิดจากที่ฝ่ายกัมพูชามีการสับเปลี่ยนกำลัง ทำให้กำลังพลที่มาใหม่อาจจะไม่มีความคุ้นเคย หรืออีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะเป็นการยั่วยุ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการปฏิบัติการทางทหารของไทย
ส่วนหากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ทหารกัมพูชาเสียวินัย และก่อสถานการณ์ขึ้นอีก
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ไป เนื่องจากหน่วยในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมีช่องทางในการที่จะติดต่อสื่อสาร ถ้าหน่วยพิจารณาและมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ หรือไม่ตั้งใจที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้อยู่ในกรอบกติกา คาดว่าแต่ละหน่วยคงจะมีมาตรการดำเนินการตามสถานการณ์
นอกจากนี้ ในระดับนานาชาติก็จับตามองท่าทีของไทยและกัมพูชาอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานมา ถือว่าไทยได้รับคำชื่นชม และจะต้องคงมาตรฐานเช่นนี้ไว้ แต่ยืนยันว่าไม่ต้องกังวล ถ้าสิ่งไหนที่พิจารณาว่าควรจะตอบโต้ ก็ต้องตอบโต้ หากมองว่าการกระทำนั้นไม่สามารถให้คำตอบกับฝ่ายไทยได้อย่างสมเหตุสมผล
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่ฝ่ายกัมพูชาสะดุดแฟลร์ หรือยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย แล้วใช้เหตุผลว่าเสียวินัย ถือเป็นข้ออ้างหรือไม่นั้น มองว่าก็เป็นไปได้ แต่หากฝ่ายกัมพูชามีทัศนคติที่ไม่ดีเช่นนั้นจริง เมื่อเวลาผ่านไปความจริงก็ต้องปรากฏ แต่ในขณะนี้ยังสามารถมองได้ว่ามีความสมเหตุสมผลอยู่
ในท่าทีของการประสานงาน สามารถมองออกว่าเป็นไปด้วยความก้าวร้าวหรือนอบน้อม ถ้าเป็นไปด้วยความก้าวร้าว ก็คงต้องปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าถ้าเป็นไปด้วยความสมเหตุสมผล ท่าทีคงไม่ได้แข็งกร้าวหรือก้าวร้าว