“ผมภาวนาไม่ให้มีการสูญเสียชีวิต แต่คำถาม คือ ทำไมเหตุแบบนี้ถึงเกิดซ้ำซาก เพราะคนที่ประมาทไม่เคยเข็ดหลาบ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ และไม่มีเจ้าภาพที่รับผิดชอบโดยตรง” นายสุชัชวีร์ กล่าว
นายสุชัชวีร์ ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุ หน่วยงานเจ้าของโครงการมักถูกมอบหมายให้ตรวจสอบกันเอง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยนำไปสู่การหาความจริงหรือการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้ความสูญเสียเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พรรคมีความตั้งใจผลักดันกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้มี “องค์กรกลางอิสระ” ที่ไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการ ทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุ และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างจริงจัง
ดังนั้น เราจะไม่ปล่อยให้คนประมาทลอยนวล ต้องฟ้องให้ถึงที่สุด ทั้งแพ่งและอาญา ให้เข็ดหลาบ ไม่เช่นนั้น เหตุการณ์แบบตึก สตง. ถล่ม หรือโครงการก่อสร้างพังซ้ำ ๆ จะยังเกิดขึ้นต่อไป และสุดท้ายก็ไม่มีใครรับผิดชอบ
นายสุชัชวีร์ ซึ่งเป็นวิศวกรโดยวิชาชีพ ระบุว่า เหตุการณ์ที่อำเภอสีคิ้วเป็นสิ่งที่ตนเองรับไม่ได้ ทั้งในฐานะวิศวกรและประชาชน พร้อมย้ำว่า หากยังไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจะไม่เกรงกลัวต่อความผิด และความตายจะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนทุกคน
เปิดสาเหตุที่เครนถล่ม
นายสุชัชวีร์ เผยว่า ทั้งนี้ สาเหตุที่เครนถล่ม บอกตรง ๆ คือเขาไม่กลัวความผิด เพราะไม่เคยเห็นใครติดคุก ไม่เคยเห็นใครถูกปรับจริงจัง มันคือระบบเกาหลังกัน ลูบหน้าปะจมูก แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีหน่วยงานอิสระเป็นเจ้าภาพ ไม่เกี่ยวกับใครเลย
หลักการของกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ คือการมีองค์กรกลางที่ทำงานอย่างเป็นอิสระ ตรวจสอบอย่างโปร่งใส และส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีโดยตรง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจริง ทั้งจำคุกและปรับทางการเงิน
เชิญชวนประชาชนสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ ผลักดันกฎหมายดังกล่าว
โดย นายสุชัชวีร์ ย้ำว่า หากไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงวันนี้ ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้