ตำรวจยัน “บิ๊กโจ๊ก” หมดสิทธิกลับ ตร.แม้ศาลพิพากษาเป็นคุณ
08 ม.ค. 2569
ตำรวจไม่รู้ “บิ๊กโจ๊ก” หนีออกนอกประเทศหรือไม่ ยืนยันหมดสิทธิคัมแบ็ก ตร.แม้คำพิพากษาศาลปกครอง กรณีให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบพรุ่งนี้ จะเป็นคุณ
ข่าว
08 ม.ค. 2569
ตำรวจไม่รู้ “บิ๊กโจ๊ก” หนีออกนอกประเทศหรือไม่ ยืนยันหมดสิทธิคัมแบ็ก ตร.แม้คำพิพากษาศาลปกครอง กรณีให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบพรุ่งนี้ จะเป็นคุณ
8 มกราคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่วันพรุ่งนี้ (9 มกราคม) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบ.ตร. เป็นผู้ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ตามลำดับ ในกรณีที่มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ
รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ไม่ใช่การเร่งเกมของ ตร.แข่งกับเวลาที่ศาลปกครองจะตัดสินอดีตรอง ผบ.ตร. เพราะคดีสินบนทองคำนี้ ไม่ใช่คดีที่ตำรวจสืบสวนทราบข้อมูลเอง แต่เริ่มจากที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็คือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศสมัย อีกทั้งมีกระแสโซเชียลโหมกระแสว่า อดีตรอง ผบ.ตร. จะได้กลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง จึงสร้างความสับสนต่อประชาชน
จึงอยากชี้แจงว่า กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทาง ตร. มีการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ที่ 178/2567 ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) โดยโต้แย้งว่า คำสั่งให้ออกจากราชการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมา มติ ก.พ.ค.ตร. ยกอุทธรณ์ ให้เหตุผลว่า คำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม และชอบด้วยกฎหมายแล้ว จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งจะมีการอ่านคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้
แต่ต่อมา ทาง ตร.ได้มีคำสั่งไล่ออก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งคำสั่งถือว่ามีผลแล้ว ทำให้ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำคำสั่งดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา
คำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณ หรือ โทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็จะยังไม่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้กลับมารับราชการตำรวจ เพราะต้องรอผลการพิจารณาคำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ จำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมีการ กล่าวหาถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.กับกรรมการ ป.ป.ช.ว่ามีส่วนเชื่อมโยง โดยระบุว่า หน้าที่ของตนในการแถลงวันนี้ได้เชิญ พ.ต.อ.นิติกรณ์ ระวัง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.8 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในการตรวจค้นบ้านพักของสุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของกรรมการ ป.ป.ช. และเป็นผู้รับทองคำจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ซึ่งนั่งมาในรถประจำตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ทั้งนี้ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึดหลักความเป้นธรรมโปร่งใส กรอบของกฎหมาย พิสูจน์ข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป
โดยก่อนลงรายละเอียด ทางคณะตำรวจได้เปิดคลิปวีดีโอประกอบเนื้อหาเกี่ยวกับการสอบปากคำพยาน ในคดี โดยพยานคนดังกล่าวคือยอมรับว่าไปที่ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นจุดในการส่งมอบทองคำจริง ทั้งนี้ตัวพยานยืนยันว่า เป็นเพียงผู้รับคำสั่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พยานรายดังกล่าวได้เคยแจ้งความกลับ ชุดที่สืบสวนว่ามีการบังคับ ขู่เข็ญ เข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ถูกบังคับสอบปากคำและควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉาง นานกว่า 13 ชั่วโมง ซึ่งหลักฐานจากคลิปที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชนมีความยาวประมาณ 3 นาที โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ความยาวคลิปเต็มกว่า 3 ชั่วโมง
หลังจบคลิป พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า บรรยากาศการสอบปากคำที่เกิดขึ้น ชุดสืบสวนทำตามขั้นตอนปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การอ่านหมายค้นตรงตามกับคดีที่มีการแจ้งผู้ถูกกล่าวหาในฐานะพยาน อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาสมัครใจไปสถานีตำรวจ กับ เจ้าหน้าที่เอง แม้ทางตำรวจจะเปิดโอกาส ให้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปด้วยตัวเอง แต่อ้างว่าขับรถไม่เป็น อีกทั้งในที่เกิดเหตุยังมีหญิงคนสนิทอยู่ด้วยไม่ได้อยู่เพียงลำพัง จึงเป็นการยืนยันได้ว่า การแสดงออกวันนั้นทั้งภาษากาย และคำพูดของชุดสืบสวน ไม่ได้มีการบังคับข่มขู่ ตัวพยาน
กรณีที่นายสุรสิทธิ์ลงบันทึกประจำวันไว้ว่า ตำรวจมาขอตรวจค้นยาเสพติด ทางชุดสืบฯ ยืนยันว่า การอ่านหมายค้นเป็นการอ่านหมายตามปกติ การสอบถามว่าในสถานที่ดังกล่าวยังมียาเสพติดหรืออาวุธปืนหรือไม่ นั่นถือเป็นบทพูดปกติของการอ่านหมายค้นที่ต้องมีการพ่วงส่วนนี้เข้ามาด้วย
ทั้งนี้การสอบปากคำของสุรสิทธิ์ใช้เวลาอยู่ในสถานีตำรวจ 18.00 น. ของวันที่ 25 ธันวาคม 2568 - 7.00 น. ของวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ห้องสอบสามารถเปิดประตูได้ตลอดเวลา เพื่อให้พยานพบกับผู้ที่ติดตามมา ซึ่งยืนยันว่า พยานไม่ได้ถูกบังคับมา หรือกดดันให้อยู่เพียงคนเดียว อีกทั้งมีผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน 8 อยู่ด้วย
ในส่วนข้อมูลที่สุรสิทธิ์ ให้กับเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ตัวเองเป็นเพียงผู้รับคำสั่ง ทางพนักงานสอบสวนเอง ก็เชื่อตามที่สุรสิทธิ์พูดหลังสอบปากคำเสร็จ ให้สุรสิทธิ์เขียนบันทึกคำให้การเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกคำให้การ และส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป.
พ.ต.อ.นิติกรณ์ ระบุว่า ในวันที่ทำการตรวจค้นเดินทางไปด้วยรถยนต์ 2 คัน รวมเจ้าหน้าที่ 7 คน เพื่อเชิญตัวพยานมาที่สถานีตำรวจ สีหน้าแววตาสุรสิทธิ์ผ่อนคลายบางช่วงมีการหยอกล้อกัน สุดท้ายแล้วไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ตำรวจไม่จำเป็นต้องใช้มนต์สะกดอะไร เพื่อให้พยานอยู่ 13 ชั่วโมง เพราะการให้ปากคำของสุรสิทธิ์ ยืนยันได้ว่าเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น
การที่ สุรสิทธิ์เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกชุดสืบสวนบังคับข่มขู่ ที่ สถานีตำรวจนครบาล (สน.) บุปผาราม มีนัยยะแอบแฝงอย่างไรหรือไม่ เนื่องจากผู้กำกับฯ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนตำรวจกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รองโฆษก ตร. ระบุว่า ไม่ทราบว่า มีความเชื่อมโยงอย่างไร ขอให้ผู้สื่อข่าวสอบถามโดยตรงไปที่ผู้กำกับฯ อีกทั้งไม่ทราบว่า เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ อดีตรอง ผบ.ตร.
ขณะนี้คดีสินบนทองคำมีการแจ้งข้อกล่าวหา 2 บุคคล 1. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พักพาล ผู้ต้องหาที่ 1 ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วที่ บก.ปปป. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2568 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ ป.อาญา มาตรา 167 , ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ตามมาตรา 176
2. นายสมบัติ ธรธรรม ผู้ต้องหาที่ 2 ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วที่ บก.ปปป. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใด อันมิชอบด้วยหน้าที่ ป.อาญา มาตรา 167 , ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ตามมาตรา 176
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางออกจากต่างประเทศไปแล้วตนไม่ทราบไม่มีข้อมูลในส่วนนี้
