อึ้ง!! บิ๊ก ตร.ให้ลูกน้องส่งส่วย บิ๊ก ป.ป.ช. เดือนละแสน ทุกเดือน
07 ม.ค. 2569
อึ้ง!! “บิ๊ก ตร.” ให้ลูกน้องส่งส่วย บิ๊ก ป.ป.ช. เดือนละแสน ทุกเดือน ก่อนยกเลิกตอนหลัง เหตุมองว่า ไม่มีพาวเวอร์มากพอช่วยวิ่งเต้นคดีได้
ข่าว
07 ม.ค. 2569
อึ้ง!! “บิ๊ก ตร.” ให้ลูกน้องส่งส่วย บิ๊ก ป.ป.ช. เดือนละแสน ทุกเดือน ก่อนยกเลิกตอนหลัง เหตุมองว่า ไม่มีพาวเวอร์มากพอช่วยวิ่งเต้นคดีได้
7 มกราคม 2569 จากกรณีวานนี้ (6 ม.ค.) ตำรวจได้มีการแถลงข่าวคดีสินบนทองคำ ที่ในช่วงหนึ่งของคลิปเสียงหลักฐานการพูดคุย ระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย กับ นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการ ป.ป.ช. มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ บิ๊กตำรวจ ไม่พอใจ นาย อ. กรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่สามารถช่วยเหลือทางคดีได้ ทั้งที่เคยช่วยเหลือดูแลให้เงินใช้เดือนละ 1 แสนบาท ตามที่เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับจำนวนเงินหนึ่งแสนบาท ที่พูดถึงในคลิปนั้น เป็นเงินที่บิ๊ก ตร. ส่งให้ นาย อ. เป็นรายเดือน เดือนละ 1 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือเรื่องคดีที่ยังอยู่ใน ป.ป.ช. โดยจะให้ลูกน้องคนสนิทอีกคน คอยออกเงินให้ไปก่อน จากนั้นจะสั่งให้ ลูกน้องคนสนิท คือ พ.ต.ท.ชื่อ ค. ไปรับเงินแล้วนำไปส่งนายสมบัติ ที่บ้าน ก่อนนำไปให้ นาย อ. ไม่เกินวันที่ 5 ของทุกเดือน โดยเริ่มให้ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน 67 จนถึงเดือน มิถุนายน 68 เป็นเวลา 1 ปี
จนเมื่อ บิ๊กตำรวจ รู้ว่า นาย อ. ไม่สามารถผลักดันเรื่องให้ได้ จึงได้ยกเลิกการจ่ายเงินรายเดือนให้ ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวม นำไปประกอบสำนวนคดีติดสินบนทองคำแท่ง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยง ของ บิ๊ก ตร. กับ นาย อ. ว่า มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันในรูปแบบใด
อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานคลิปเสียงดังกล่าว ค่อนข้างสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับข้อมูลหลักฐานอื่นๆ ที่บ่งชี้ถึงความสนิทสนมของ บิ๊ก ตร. กับ นาย อ. คณะกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจาก บิ๊ก จ. เคยให้การช่วยเหลือนาย อ. ด้านต่างๆ มากมายในอดีต
ขณะที่ พันตำรวจเอกภาคภูมิ พิศมัย นำเอกสารกว่า 200 แผ่น ที่เกี่ยวข้องกับคดีพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ มามอบให้กับนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เป็นตัวแทนของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อนำไปยื่นให้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้พิจารณาคำร้อง
พันตำรวจเอกภาคภูมิ เปิดเผยว่า ฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ตัดสินใจออกมาเปิดเผยความจริงทุกอย่าง คือการที่ผู้บังคับบัญชาโยนความผิดเกี่ยวกับทองคำกว่า 200 บาท มาให้ตัวเอง และเหตุการณ์วันแถลงข่าว เมื่อ 19 มีนาคม 2567 ที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเงินเว็บพนัน BNK จำนวน 38 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงถึง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในวันนั้นตัวเองและน้องชายไม่เห็นด้วย ที่จะแถลงข่าวกล่าวหาใครโดยไม่มีข้อมูล จึงมีปากเสียงทะเลาะกับผู้บังคับบัญชาอย่างรุนแรง รวมถึงมีพฤติกรรมโยนความผิดเรื่องอื่นๆให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นผู้รับผิดแทน วันนี้จึงได้นำพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐรับสินบน มามอบให้ตัวแทนของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เปิดเผยว่า กรณีที่มีกรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ขั้นตอนตามมาตรา 236 ที่ สส. สว. หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่า ป.ป.ช.ผู้ใดกระทำการตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภา พร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ จากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ซึ่งในกรณีที่ ประธานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และในระหว่างกระบวนการพิจารณา กรรมการ ป.ป.ช.ผู้ถูกกล่าวหา จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
