“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” เปิดใจ หลัง ตร.เปิดหลักฐานคดีสินบนทอง เผยเหตุแตกหัก “บิ๊กโจ๊ก”
06 ม.ค. 2569
“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” เปิดใจ หลัง ตร.เปิดหลักฐานคดีสินบนทอง เผยเหตุแตกหัก “บิ๊กโจ๊ก” บอกลูกน้องคนอื่น เปิดประตูกรงให้แล้ว ที่เหลือต้องก้าวออกมาเอง
ข่าว
06 ม.ค. 2569
“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” เปิดใจ หลัง ตร.เปิดหลักฐานคดีสินบนทอง เผยเหตุแตกหัก “บิ๊กโจ๊ก” บอกลูกน้องคนอื่น เปิดประตูกรงให้แล้ว ที่เหลือต้องก้าวออกมาเอง
6 มกราคม 2569 ภายหลังตำรวจมีการแถลงข่าวคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” กรณีถูกกล่าวหาว่า ติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน หรือคดีสินบนทองคำ ภายหลังการแถลงข่าวทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้กล่าวหา บอกว่า ตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้น และสิ่งที่ตนพูดได้รับการรับรอง จากกระบวนการตรวจสอบของตำรวจ และบางอย่างที่เพิ่งรับทราบจากการแถลงข่าวคือ รถของกรรมการ ป.ป.ช.เป็นรถประจำตำแหน่ง และที่มาของทองคำ ที่มันเชื่อมโยงกับวันที่ตนนำทองไปให้กับกรรมการ ป.ป.ช.
ทั้งนี้ ตนได้รับความเป็นธรรมในระดับหนึ่ง อย่างน้อยหลักฐานที่เราให้ตำรวจไปไม่ใช่เรื่องเท็จ เพราะทุกอย่างมันสอดคล้องกัน และยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งใครหรือทำร้ายใคร แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน
เมื่อถามว่าได้คุยกับ ลูกน้องคนสนิทคนอื่นของบิ๊กโจ๊กหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า
ก็พอได้คุยอยู่บ้าง และได้บอกว่า เหมือนเราอยู่ในกรง ต่างคนก็อยู่ในกรง อยู่ในเงื่อนไขของแต่ละคน บางคนถูกขังในกรงของความกลัว บางคนถูกขังในกรงของบุญคุณ วันนี้ตนได้เปิดประตูกรงให้กับทุกคนแล้ว ที่เหลือก็ต้องก้าวออกมาเอง ผมไม่มีหน้าที่ไปอุ้ม หรือไปจูงใครออกมา อยู่ที่ตัวเขาจะกล้าออกมาหรือไม่ แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่กล้าเดินออกมา อาจจะด้วยความกลัว หรือเงื่อนไขบางอย่างในใจ ซึ่งผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้าไม่ออกมาก็จะถูกกระทำอย่างนั้นอยู่
ส่วน พ.ต.อ.นำเกียรติ ตนเองเห็นใจ แล้วขอยืนยันว่า พี่นำเกียรติเป็นคนดี ซึ่งก็เป็นเงื่อนไขเดียวกันกับน้องๆ อยู่ที่ตัวพี่ ก็หวังว่า พี่จะให้รักษาเกียรติยศ และศักดิ์ศรี
เมื่อถามว่าใน ฐานะที่เป็นผู้กล่าวหานำคลิปหลักฐานมาให้ตำรวจ แต่อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยหนักใจหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า ยินดีตั้งแต่วันแรก ตนเองรู้กฎหมายดี ที่นำหลักฐานไปให้ตำรวจเปิดเผยออกมานั้น มีสิทธิ์ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผลกระทบทางด้านสังคม ความรู้สึกครอบครัว แต่เป็นสิ่งที่ตนเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ตั้งใจและเตรียมใจยอมรับ ไม่ได้มีอะไรมาต่อรองว่า จะขอกลับเข้าราชการ ไม่ได้อยู่ในความคิดเลยไม่เคยไปเรียกร้อง หรือดิ้นรนเพื่อขอกลับเข้ารับราชการ ยอมรับรู้สึกเอือมแล้วกับสิ่งที่เจอ กับสิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตแต่กลับต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้
เมื่อถามว่า หมดศรัทธาในตัวเองหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า ก่อนที่ตนจะมาอยู่กับบิ๊กโจ๊ก ตนก็ทำงานของตนเองมา แต่พอมาอยู่กลับเจอเหตุการณ์แบบนี้ พี่มีศักดิ์ศรีมีชื่อเสียงมาก่อน แต่ที่ผ่านมาพอมันเกิดเรื่องแบบนี้ มันได้รับผลกระทบหลายอย่าง เหมือนกับว่าสิ่งต่างๆ ที่เราเคยมีมาเคยสร้างมา มันก็สูญสลายพังทลายไปหมด ยอมรับที่ผ่านมาถูกใช้ในฐานะที่เราเป็นลูกน้อง ก็ต้องยอมให้ใช้ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันผิด ทำไปภายใต้ภาวะสภาพบังคับ ไม่ทำก็ไม่ได้
ส่วนที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่าพ่อของตนโกรธและโมโหจนถึงขั้นโทรไปว่าบิ๊กโจ๊ก ส่วนของพูดว่า เรื่องเกิดมาจากคลิปที่เข้าไปพบกับท่านมูฮัมหมัดนอร์ มะทา มีการไปข่มขู่ เรื่องที่มันไม่ถูกต้อง และมีการจัดฉากขึ้นมาให้เขาไปเจอกัน แล้วก็บันทึกภาพบันทึกเสียง มันไม่ถูกต้อง เจตนามันไม่บริสุทธิ์ ตั้งแต่ตอนนั้นตนเองก็แยกตัวออกมา และเล่าให้คุณพ่อฟัง คุณพ่อก็อาจจะไม่พอใจ และตีตัวออกห่างมาตั้งแต่ช่วงมกราปี 2568 รวมถึงมีการทำบัตรสนเท่ห์ ไปร้องเรียนให้ท่านได้รับความเสียหาย กระบวนการเหล่านี้ เราเห็นเรารับรู้และเราไม่อยากขอยุ่ง
ส่วนที่เมื่อวานนี้ตนไป ป.ป.ช. ไปเพื่อคัดค้าน กรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสำนวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการไต่สวน รวมถึงได้ไปขอคุ้มครองพยาน เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีไอโอให้ไปถล่มชีวิต ทั้งร้านกาแฟ และชีวิตครอบครัว
ส่วนเรื่องทอง เรื่องเกิดขึ้นในเดือนกันยายนปี 67 เขาบอกว่า เดี๋ยวจะให้เอาทองไปให้กรรมการ ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้บอกให้เอาไปให้ใคร ผมก็ปรึกษากับครอบครัว ก็มองว่ามัน เอ๊ะ!! และทางเราก็ควรจะต้องเก็บพยานหลักฐานเอาไว้ เพราะผมก็สงสัยแต่แรกว่า เมื่อคุณรู้จักกัน คุณนัดเจอกันก็ได้ แต่ทำไมคุณไม่ส่งมอบกันเองแล้วต้องเงียบไป ทำไมจะต้องให้ผมนําทองไปให้ และให้บันทึกภาพเก็บไว้ กรรมการ ป.ป.ช.ท่านนั้น ผมก็ไม่รู้จัก แต่การที่สั่งให้ไปพบกับท่านกรรมการ ป.ป.ช. มันต้องมีคนประสานงานกันระหว่างกรรมการ ป.ป.ช. ท่านนั้น กับคนที่เป็นเจ้าของทองคำ เมื่อผมไปถึงก็เดินลงไปปุ๊บ ก็ลดกระจกลง ยกมือไหว้สวัสดี ส่งกระเป๋าให้ ไม่มีการพูดอะไรกันเลย ซึ่งถ้าไม่มีการนัดหมายให้มาเจอกัน ทำไมถึงลดกระจกทันทีที่ผมไปถึง
เมื่อถามว่า ในรถคันดังกล่าวนั่งมากี่คน พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า ผมมองไม่เห็นขนาดนั้น ผมเห็นแค่ 2 คน
ส่วนฝั่งของผมที่ไปวันนั้น ในรถคันของผม มีผมที่ลงไปนำทองให้ คนขับรถ และคนที่ถ่ายคลิป แต่จะมีอีกชุดหนึ่งที่ขับรถติดตามผมไปในวันนั้น ที่เป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังบอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกรรมการ ป.ป.ช.จะถูกหักหลังเป็นคนแรก เพราะเขาให้มอบทองให้ แล้วบันทึกภาพไว้เก็บไว้เพื่อข่มขู่แบล็กเมล์ ส่วนคนที่ถูกหักหลังคนที่สองก็คือผม เขาพยายามให้ผมไปรับทองคำ เพื่อสร้างพยานหลักฐานขึ้นมาว่าเป็นทองของผม มันมีการหักหลังกันมาก่อนแล้ว ตัวที่สำคัญคือผมถูกหักหลังก่อนนะ พร้อมคาดการณ์ว่า อีกฝ่ายจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ และจะพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของตน จะมีการแจ้งความเท็จและเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกมาก ไม่โกรธการต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
หลังการเปิดตัว มีรูปแบบการข่มขู่ มีการโทรศัพท์จากรุ่นพี่คนหนึ่งเพื่อขอคุย แต่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปฏิเสธที่จะคุย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มไอโอ ออกมาถล่มคุณพ่อคุณแม่ ลามไปถึงลูกเมียทำให้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการข่มขู่ไปถึงลูกน้องของบิ๊กโจ๊กคนอื่นๆ ว่า หากคนที่เหลือยังไม่หยุด ก็จะต้องโดนแบบนี้อีก อีกทั้งยังมีการใช้ influencer ที่อยู่ในต่างประเทศออกมาด่า และให้ข้อมูลบิดเบือนตลอดเวลา
มองว่าการข่มขู่เหล่านี้ เป็นการข่มขู่ผู้อื่นให้เห็นว่า หากใครออกมาพูดจะต้องโดนแบบเดียวกัน ไม่แปลกใจกับการกระทำเหล่านี้ เพราะรู้ถึงวิธีการและตัวละครที่เกี่ยวข้อง วิธีการเหล่านี้เคยถูกใช้กับคนทำเรื่องร้องเรียนหลายคน รวมถึงหนึ่งในคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำว่า มีการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ไปถึงตัวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และลูกน้องของบิ๊กโจ๊กคนอื่นๆ หรือไม่ เขายอมรับว่า มีน้องๆ บางคนมีการส่งคนตามไปที่บ้าน และถูกโทรศัพท์หา แต่น้องๆ เหล่านี้ได้รับการดูแลคุ้มครองแล้วในปัจจุบัน
