รุ่นพี่รบพิเศษ เปิดใจถึง “ผบ.เด็จ-เสธ.เอิร์ธ” วีรบุรุษภูมะเขือ
07 ม.ค. 2569
“บิ๊กนัย” รุ่นพี่รบพิเศษ เปิดใจถึง “ผบ.เด็จ-เสธ.เอิร์ธ” วีรบุรุษสมรภูมิภูมะเขือ พร้อมเล่าถึงคุณสมบัติรบพิเศษในสนามรบ – วิเคราะห์ ปืน ค.ยิงใส่ไทย ใช่อุบัติเหตุไหม
ข่าว
07 ม.ค. 2569
“บิ๊กนัย” รุ่นพี่รบพิเศษ เปิดใจถึง “ผบ.เด็จ-เสธ.เอิร์ธ” วีรบุรุษสมรภูมิภูมะเขือ พร้อมเล่าถึงคุณสมบัติรบพิเศษในสนามรบ – วิเคราะห์ ปืน ค.ยิงใส่ไทย ใช่อุบัติเหตุไหม
7 ธันวาคม 2569 พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ หรือ บิ๊กนัย หรือ บิ๊กน็อค อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หรือ อดีตผู้บัญชาการรบพิเศษ หรือ ผบ.นสศ. นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 21(ตท.21) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลำดับที่ 4 ให้สัมภาษณ์รายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว ทางเนชั่นทีวี เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษ ว่า
"อย่าง พล.ต.เสด็จ อาคะจักร ผู้บัญชาการพลรบพิเศษที่ 1 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ตท.31 หรือ ผบ.เด็จ และ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ตท.30 หรือ เสธ.เอิร์ธ ที่นำกำลังพลเข้าตียึดเนินภูมะเขือ จ.อุบลราชธานี จริงๆทั้ง 2 ท่าน เป็นรุ่นน้องที่เก่งมาก ช่วงผมเป็นผู้พันจู่โจม ก็ไปโดดร่มที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า วันนั้นโดดร่มไปรับเหล่ารบพิเศษมาฝึกมีทั้ง 2 ท่านนี้ด้วย เป็นวันเลือกเหล่า และพากลับมาที่หน่วย และพัฒนาไปจนกระทั่งเป็นนายพล จนวันนี้ได้เป็นวีรบุรุษของคนไทย
รบพิเศษโชคดี เราสร้างคนตั้งแต่ร้อยตรี สิบตรี ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ารุ่นพี่บังคับให้รู้จักทั้ง สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งหน้าที่ของเรา การสร้างคนกว่าจะเป็นรบพิเศษได้ ต้องมีหลักสูตรคัดเลือก มีขั้นตอนกระบวนการต่างๆ หลักสูตรที่ต้องผ่าน คือ หลักสูตรจู่โจม หรือ เสือคาบดาบ , หลักสูตรโดดร่ม , หลักสูตรรบพิเศษ สร้างคนให้ไปอยู่ในพื้นที่ได้
คุณสมบัติรบพิเศษที่ดี มี 5 ประการ คือ
1.เป็นนักรบที่ดี
2.เป็นนักข่าวที่ดี
3.เป็นฝ่ายอำนวยการที่ดี
4.เป็นครูที่ดี
5.เป็นนักจัดตั้งที่ดี
นักรบที่ดีนอกจากร่างกายแข็งแรง ผ่านการทบสอบแล้ว ยังจะต้องรู้เรื่องให้จริง การใช้อาวุธอย่างปืนเล็กยาว ปืนกลมือ ปืนซุ่มยิง คนพวกนี้ต้องสร้างร่างกาย สำหรับการยิงปืนแต่ละชนิด การวางแผน การทำงานมี 3 ลักษณะ คือ ทำด้วยตัวเอง หมายถึงเข้าตีภูมะเขือตัวเองต้องไปทำเอง อีกอันคือไปฝึกเขาและร่วมทำงานกับเขา
พล.อ.สุนัย เล่าย้อนเหตุการณ์การทำงานของพลรบพิเศษ ว่า ในอดีตเราต้องเจอกับภัยสงครามเย็น พลรบพิเศษเวลาไปทำงานต้องเขียนใบลาออก คือ ถ้าถูกจับได้ ต้องไม่เกี่ยวกับกองทัพ ไปทำงานลับในประเทศรอบบ้าน ทำงานเป็นทีม เป็นชุด ตัวอย่างเขมรชายแดน เมื่อเราฝึกเขาแล้ว บางครั้งเขายังไม่พร้อม เราต้องทำงานร่วมกับเขา
“อย่างช่วงเขมร 4 ฝ่าย เราอยู่แทบทุกฝ่าย เราไม่ได้บอกว่า เราไม่เห็นความสำคัญของประเทศเขา แต่เราทำอะไรก็ได้ที่ภัยไม่ถึงบ้านเรา นั่นคือการทำงานนอกประเทศ”พล.อ.สุนัย เล่า
เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 กัมพูชาอ้างว่า ปืน ค.ระเบิด จากกองขยะ มาตกฝั่งไทย เป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.สุนัย กล่าวว่า ปัญหา ปืน ค. ผมย้อนไปเขมร 4 ฝ่าย คนไทยเราเคยจัดตั้งรัฐบาลให้เขา แต่ไม่อยากไปก้าวล่วง เพราะข้อมูลยังไม่เปิดเผย ทุกวันนี้เขาก็เป็นรัฐบาลของเขาเองได้ อยากบอกว่าตราบใดที่บ้านเรายังมีความคิดความอ่านที่เกี่ยวกับบ้านเรา อย่างสหรัฐฯ เวลาเขามีปัญหาในประเทศ เขาก็สร้างกระแสนอกประเทศ การอยากคงอำนาจรักษาฐานของตัวเองอยู่ คือ พ้อยหลักของฝั่งโน้น ย้อนไปสมัยก่อนเลือกตั้งมีละคร และการพากย์ อย่างกรณี คุณสุวนันท์ คงยิ่ง สร้างกระแสก่อนเลือกตั้ง
“ปืน ค.ระเบิด อุบัติเหตุอะไรก็ตาม แม่นเกินไปไหม ปืน ค.ลั่นและมีเหตุการณ์ประท้วงชั่วโมงต้นๆ จะมีผู้นำฝั่งโน้นประสานมาขอโทษเราว่ามันเป็นอบัติเหตุ จริงไม่จริงไม่มีใครรู้ แต่หลายปีที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้ชายแดนเรากับเขา อยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เตะตะกร้อ เล่นวอลเล่ย์ด้วยกัน แต่วันหนึ่งเขาอยากรักษาอำนาจก็สร้างกระสนี้ขึ้นมา” พล.อ.สุนัย กล่าว
