นักรบที่ดีนอกจากร่างกายแข็งแรง ผ่านการทบสอบแล้ว ยังจะต้องรู้เรื่องให้จริง การใช้อาวุธอย่างปืนเล็กยาว ปืนกลมือ ปืนซุ่มยิง คนพวกนี้ต้องสร้างร่างกาย สำหรับการยิงปืนแต่ละชนิด การวางแผน การทำงานมี 3 ลักษณะ คือ ทำด้วยตัวเอง หมายถึงเข้าตีภูมะเขือตัวเองต้องไปทำเอง อีกอันคือไปฝึกเขาและร่วมทำงานกับเขา
พล.อ.สุนัย เล่าย้อนเหตุการณ์การทำงานของพลรบพิเศษ ว่า ในอดีตเราต้องเจอกับภัยสงครามเย็น พลรบพิเศษเวลาไปทำงานต้องเขียนใบลาออก คือ ถ้าถูกจับได้ ต้องไม่เกี่ยวกับกองทัพ ไปทำงานลับในประเทศรอบบ้าน ทำงานเป็นทีม เป็นชุด ตัวอย่างเขมรชายแดน เมื่อเราฝึกเขาแล้ว บางครั้งเขายังไม่พร้อม เราต้องทำงานร่วมกับเขา
“อย่างช่วงเขมร 4 ฝ่าย เราอยู่แทบทุกฝ่าย เราไม่ได้บอกว่า เราไม่เห็นความสำคัญของประเทศเขา แต่เราทำอะไรก็ได้ที่ภัยไม่ถึงบ้านเรา นั่นคือการทำงานนอกประเทศ”พล.อ.สุนัย เล่า
เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 กัมพูชาอ้างว่า ปืน ค.ระเบิด จากกองขยะ มาตกฝั่งไทย เป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.สุนัย กล่าวว่า ปัญหา ปืน ค. ผมย้อนไปเขมร 4 ฝ่าย คนไทยเราเคยจัดตั้งรัฐบาลให้เขา แต่ไม่อยากไปก้าวล่วง เพราะข้อมูลยังไม่เปิดเผย ทุกวันนี้เขาก็เป็นรัฐบาลของเขาเองได้ อยากบอกว่าตราบใดที่บ้านเรายังมีความคิดความอ่านที่เกี่ยวกับบ้านเรา อย่างสหรัฐฯ เวลาเขามีปัญหาในประเทศ เขาก็สร้างกระแสนอกประเทศ การอยากคงอำนาจรักษาฐานของตัวเองอยู่ คือ พ้อยหลักของฝั่งโน้น ย้อนไปสมัยก่อนเลือกตั้งมีละคร และการพากย์ อย่างกรณี คุณสุวนันท์ คงยิ่ง สร้างกระแสก่อนเลือกตั้ง
“ปืน ค.ระเบิด อุบัติเหตุอะไรก็ตาม แม่นเกินไปไหม ปืน ค.ลั่นและมีเหตุการณ์ประท้วงชั่วโมงต้นๆ จะมีผู้นำฝั่งโน้นประสานมาขอโทษเราว่ามันเป็นอบัติเหตุ จริงไม่จริงไม่มีใครรู้ แต่หลายปีที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้ชายแดนเรากับเขา อยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เตะตะกร้อ เล่นวอลเล่ย์ด้วยกัน แต่วันหนึ่งเขาอยากรักษาอำนาจก็สร้างกระสนี้ขึ้นมา” พล.อ.สุนัย กล่าว