ส่วนหากฝ่ายกัมพูชารับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และฝ่ายไทยไม่ยอมรับ จะถูกมองเป็นฝ่ายไม่ยอมยุติหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตอบรับจะทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องหารือพูดคุยกันก่อน และต้องมีท่าทีที่จริงใจชัดเจนว่า ต้องการหยุดการปะทะ หยุดทำร้ายซึ่งกันและกัน พร้อมย้ำว่า ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกรุกราน คุกคามอธิปไตย ที่ตอบโต้ไปนั้นเพื่อป้องกันอธิปไตย ป้องกันประชาชน และทำให้เห็นว่า อย่าได้เข้ามาทำร้ายประเทศไทย
และในขณะที่ไทยกำลังแสดงท่าทีว่า กำลังปกป้องอธิปไตย คงไม่มีใครมาบอกว่า 22.00 น.ให้ต่างคนต่างถอย และหยุดยิงกัน เพราะถ้าคิดด้วยสามัญสำนึกปกติ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า ถ้าจะหยุดจริง กัมพูชาต้องเสนอข้อดำเนินการมาที่ประเทศไทย ไม่ใช่ให้ผู้นำประเทศอื่นมาพูด เพราะขณะนี้ ได้มีเรื่องกันอยู่ ถ้าจะดำเนินการใดที่อยากหยุดข้อพิพาทกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสนอมา
อย่างเช่นเมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.2568) ที่บอกว่า หยุดยิงแล้ว แต่ตอนเช้ากัมพูชา ก็ยังมีเป้าหมายโจมตี ที่ไม่ใช่ทางทหาร และโดนประชาชนของไทย ทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้น การกระทำชัดเจนอยู่แล้ว การจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ต้องมาทำด้วย และถ้าหยุดจริงก็ต้องหยุดยิงให้เห็น ต้องถอนความพร้อมในการยิง ไม่ใช่หยุดยิง แต่ปืนยังเล็งมาที่ประเทศไทย เพื่อพร้อมยิงอยู่