3. สร้างความชัดเจน แยกเงินให้ชัด: เสนอให้ทำฐานข้อมูลเดียวที่รวมมาตรการรัฐและเอกชน เพื่อให้ประชาชนทราบสิทธิชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นเงินให้เปล่า ส่วนไหนเป็นสินเชื่อ โดยยกตัวอย่างโมเดล “Relief and Adaptation Facility” ของมาเลเซีย ที่มีทางเลือกชัดเจน ช่วยให้ผู้ประสบภัยวางแผนการเงินได้ถูกต้อง
4. สร้างความเชื่อมั่น ฟื้นฟูการท่องเที่ยว: เร่งดึงความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลับคืนมา โดยรัฐอาจพิจารณาแจก Cash Voucher เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งจะได้ประโยชน์สองต่อ คือดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่วยผู้ประกอบการรายย่อย
5. สร้าง SMEs ใหม่ สร้างงานที่ดี: เสนอสูตร “เงิน+คำปรึกษา” โดยรัฐควรสนับสนุนบริษัทที่ปรึกษามาช่วย SMEs ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลคล้ายโมเดลสิงคโปร์ เพื่อให้ธุรกิจเข้มแข็งก่อนขอสินเชื่อ พร้อมทั้งเชื่อมโยงแรงงานที่ว่างงานเข้ากับธุรกิจก่อสร้างและซ่อมแซมที่กำลังมีความต้องการสูงในช่วงฟื้นฟู
6. สร้างหาดใหญ่ให้รองรับภัยพิบัติได้ดีขึ้น: นำข้อเสนอต่างๆ มาทำเป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือ รัฐ-เอกชน-ประชาชน เพื่อวางรากฐานเมืองให้รองรับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
“ผมหวังว่าจะได้เห็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมและตรงจุดจากภาครัฐในเร็ววัน การทำขั้นตอนเยียวยาให้ง่ายและรวดเร็วคือเป้าหมายขั้นต่ำที่รัฐต้องจัดการให้ได้ เพื่อให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ตั้งหลักได้เร็วที่สุด และกลับมาสร้างเมืองให้ดีกว่าเดิม” นายวีระพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย