และที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าตนเคยไปขอศาลอาญาออกหมายจับคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บการพนันโดยไม่มีการออกหมายเรียกเป็นการกลั่นแกล้งนั้น ต้องเรียนว่า "เรื่องนั้นมาจากการทำตามหน้าที่ ผมไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว การทำงานทุกอย่างเป็นคณะทำงานใหญ่ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมก็เป็นเพียงผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งเท่านั้น ผู้บังคับบัญชาให้ทำอะไรก็ทำตามหน้าที่ถ้าเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย"
เพราะเรื่องนี้คณะทำงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนพยานหลักฐานเราเชื่อมั่นว่าจะเสนอออกหมายจับได้ ตามมติที่ประชุมว่าให้ไปเสนอออกหมายจับ ซึ่งโดยปกติตามความผิดอัตราโทษ เรื่องฟอกเงิน มีอัตราโทษสูงอยู่แล้ว โดยปกติไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก เราสามารถที่จะไปเสนอศาลออกหมายจับได้เลย ซึ่งเป็นความเห็นในรูปแบบของคณะทำงาน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการตกลงใจร่วมกัน และมีมติของผู้บังคับบัญชาให้ตนที่มียศพลตำรวจตรีในการดำเนินการขอหมายจับต่อศาลอาญา
ส่วนตัวเป็นห่วงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ผมก็รักเหมือนบ้านผม ทุกคนก็กินข้าวหม้อเดียวกัน ประชาชนหรือหน่วยงานอื่น เขาก็เฝ้ามอง ผมเข้าใจว่าจะให้ทุกคนรักกันคงเป็นไปไม่ได้ แต่รู้สึกไม่ดีที่มีเหตุการณ์แบบนี้”
วันนี้ที่ต้องออกมาพูด ทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาล แต่เห็นว่าจำเป็น ผมป่วยไม่ค่อยบอกใคร เพราะรู้ว่าทุกคนก็วุ่นวายอยู่ในสถานการณ์ที่หนักหน่วง ไม่อยากให้มาต้องกังวลในเรื่องของผมอีก แต่ถ้าไม่พูดเกรงว่ามันจะเป็นไฟลุกลาม ก็อยากขอร้องคนที่ให้ข้อมูลต่อๆกันไปว่าให้เช็กข้อมูลดีๆ สุดท้ายแล้วคนเสียหายก็เป็นคนในองค์กรเราเองแล้วก็ทำให้ประชาชนเสื่อมเสียศรัทธาในองค์กรแล้วเราจะทำงานต่อไปกันยังไงถ้าประชาชนไม่ศรัทธา ก็ขอให้เห็นใจทางตำรวจด้วย