ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จำคุก 2 ปี อัยการเรียกรับเงินวิ่งคดี
21 ต.ค. 2568 | prisana_tha

ลงแส้! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จำคุก 2 ปี อัยการเรียกรับเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีน 5 เเสนบาท ส่วนหญิงตัวกลาง ให้การเป็นประโยชน์ จำคุก 1 ปี 4 เดือน
ข่าว
21 ต.ค. 2568 | prisana_tha

ลงแส้! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จำคุก 2 ปี อัยการเรียกรับเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีน 5 เเสนบาท ส่วนหญิงตัวกลาง ให้การเป็นประโยชน์ จำคุก 1 ปี 4 เดือน
21 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี อดีตอัยการพิเศษฝ่าย รายหนึ่ง และ น.ส.ธัญญา จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเรียกรับเงิน
โดยคดีนี้ ปปช. ชี้มูลว่า ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. 2562 – 29 ม.ค. 2563 นางสาวธัญญา ได้ติดต่อกับญาติของผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมหนังสือเดินทาง และใช้หนังสือเดินทางปลอมของสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และนัดหมายให้พบกับ อดีตอัยการพิเศษฝ่าย จำเลย ในขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่าย
โดย อัยการพิเศษฝ่าย จำเลย ได้อ้างกับญาติของผู้ต้องหาว่า สามารถช่วยเหลือทางคดีได้ และเรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 5 เเสนบาท ญาติของผู้ต้องหาได้หลงเชื่อและจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้กับอัยการพิเศษฝ่าย ผ่านนางสาวธัญญา จึงเป็นการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมาย เพื่อให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ผู้ต้องหา
โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ
ศาลพิจารณาเเล้ว เห็นว่าที่จำเลยต่อสู้ว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจเห็นว่า เเม้จะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะไปติดต่อพูดคุยกับเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานอัยการจริงหรือไม่ ถือว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาแสดงออกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ติดต่อกับเจ้าพนักงานตำรวจและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องกับคดีแสดงว่าเงิน 5 เเสนบาท เป็นเงินให้เพื่อตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริต
กฎหมายให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอาญา ไม่ว่าจำเลยทั้งสองจะตั้งใจไปติดต่อกับพนักงานอัยการหรือตำรวจจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเเสดงให้น่าเชื่อถือว่าได้ช่วยเหลือคดีแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 กับ 2 ร่วมกันเรียกเงินและได้รับตามที่เรียกดังกล่าวแล้ว จึงเป็นความผิดตามฟ้อง
พิพากษาว่า จำเลยทั้งสอง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน
ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ***จำคุกคนละ 2 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก จำเลยที่ 2 กำหนด 1 ปี 4 เดือน
ต่อมาจำเลยทั้งสอง ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์
ผู้สื่อรายงานว่า สำหรับอัยการที่ตกเป็นจำเลย ก่อนหน้านี้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งเเต่ตอนที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ มีคำสั่งยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ