“ทนายอั๋น” ให้กำลังใจ DSI ลุยคดีฮั้ว สว. ท้า “ส.ว.อลงกต” วัดกำลัง
07 พ.ค. 2568

“ทนายอั๋น” แฉยับพฤติกรรมสกัดสืบคดีฮั้ว สว.ในพื้นที่ "เจ๊ใหญ่" พามวลชนให้กำลังใจ DSI ลุยทำคดี พร้อมท้า “ส.ว.อลงกต” วัดกันตัวต่อตัว
ข่าว
07 พ.ค. 2568

“ทนายอั๋น” แฉยับพฤติกรรมสกัดสืบคดีฮั้ว สว.ในพื้นที่ "เจ๊ใหญ่" พามวลชนให้กำลังใจ DSI ลุยทำคดี พร้อมท้า “ส.ว.อลงกต” วัดกันตัวต่อตัว
7 พฤษภาคม 2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พร้อมคณะ เดินทางมายื่นหนังสือให้กำลังใจ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงิน ในการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือคดีฮั้ว สว.โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง
ทนายอั๋น ระบุว่า เดินทางมาให้กำลังใจ DSI หลังพบความพยายามจากกลุ่มบุคคลระดับกรมและกระทรวง ที่คล้ายกับพยายามสกัดการทำงานของ DSI โดยอ้างถึงหนังสือจากกรมการปกครอง ที่ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งตีความได้ว่าเป็นการกดดันไม่ให้ประชาชน ให้ความร่วมมือกับการสอบสวน ขณะที่บางพื้นที่ถึงกับให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสาย ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว
กรณี จ.อำนาจเจริญ ทนายอั๋นชี้ว่า หนังสือที่ผู้ว่าฯ ออกในวันหยุดเป็นเรื่องผิดปกติ และจังหวัดนี้ยังถูกมองว่า เป็นพื้นที่ของ “เจ๊ใหญ่” ที่มีเส้นสายเงินทุนจำนวนมาก ดังนั้นตนขอยืนยันว่า ตนและพี่น้องประชาชนจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางการทำงานของ DSI ในการนำกระบวนการฮั้ว สว. 138+2 และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ทนายอั๋น ยังกล่าวถึง นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ที่เคลื่อนไหวในประเด็นนี้ว่า หากคิดว่าตัวเองแน่จริง ขอให้มาเผชิญหน้า ตัวต่อตัว กับตนแทนที่จะโจมตีข้าราชการ ที่ไม่สามารถตอบโต้ได้ พร้อมระบุว่า DSI และ กกต. จะมีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงในเร็ว ๆ นี้ และคาดว่าจะเข้าสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในลำดับถัดไป
สุดท้าย ทนายอั๋นกล่าวว่า คดีฮั้ว สว. มีประเด็นสำคัญด้านการฟอกเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการอายัดทรัพย์ หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากกระบวนการที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินของ ปปง.
จากนั้นทนายอั๋นเดินทางไปที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นหนังสือในประเด็น หมอเกศ ที่ กกต.ทำสำนวนคดีดังกล่าวไม่ครบถ้วน จากการกล่าวถ้อยแถลงของ กกต. กรณีหมอเกศ ที่จะส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เฉพาะประเด็นวุฒิการศึกษา แต่ไม่ได้นำเอาประเด็นเรื่องของการได้รับการแต่งตั้งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์(ศ.) รวมถึงอ้างว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ และความงาม ส่งฟ้องด้วย ซึ่งทั้งสองประเด็นล้วนเป็นสาระสำคัญในการพิจารณา ตามมาตรา 77 (4) ดังนั้นจึงขอให้ กกต. ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว
ข่าวล่าสุด