เนชั่นทีวี

ข่าว

"สภาฯผู้บริโภค" หารือ "สภาทนายความ" เอาผิดเหตุ "ถนนพระราม 2" ถล่ม

20 มี.ค. 2568

"สภาฯผู้บริโภค" หารือ "สภาทนายความ" เอาผิดเหตุ "ถนนพระราม 2" ถล่ม

"สภาองค์กรผู้บริโภค" หารือ "สภาทนายความ" เอาผิดเหตุ "ถนนพระราม 2" ถล่ม โวยต้องมีผู้รับผิดชอบ ด้าน"นายกสภาทนาย" เตรียมตั้งคณะทำงานฟ้องคดีแพ่งหรือ คดีปกครอง ใน 1 เดือน

20 มีนาคม 2568 ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมป์ ถนนพหลโยธิน กทม. นางบุญยืน ศิริวรรณ ประธานสภาองกรค์ของผู้บริโภค พร้อมคณะ เข้าพบ นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ เพื่อหารือแนวทางการ ฟ้องคดีเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โครงเหล็กก่อสร้างทางยกระดับบนถนนพระราม 2 ถล่มเมื่อกลางดึก วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

 

"สภาฯผู้บริโภค" หารือ "สภาทนายความ" เอาผิดเหตุ "ถนนพระราม 2" ถล่ม

นางบุญยืน กล่าวว่า เหตุโครงเหล็กก่อสร้างที่ถนนพระราม 2 ถล่มนี้เป็นเรื่องที่เกิดซ้ำซากจนเราเห็นกันว่าเป็นเรื่องที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการจ่ายเงินเยียวยาแล้วก็จบ แต่ความเป็นจริงเป็นสิ่งที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์

 

ถ้าเราไม่ดำเนินการใด ๆ ให้เป็นคดีความ ตนก็ไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง จะต้องมีคนตายและบาดเจ็บอีกเท่าไหร่ ตนเชื่อว่าผู้รับเหมาไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องมีคนรับผิดชอบ คนที่รับผิดชอบควรจะเป็นใคร

ทั้งนี้ความเสียหายกระทบต่อหลายด้านเช่น การเดินทาง ระบบขนส่งและกระทบกับเศรษฐกิจอย่างย่านตลาดมหาชัย และตลาดแม่กลอง รวมไปถึงการท่องเที่ยว ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงประเมินค่าไม่ได้ และไม่เคยมีผู้ใดรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียว เราจึงต้องพูดคุยกับปัญหาดังกล่าวว่า จะมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไร

 

 

 

ด้าน นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาฯ สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ตนอยากจะเสนอแนวทางการเยียวยาความเสียหายกับผู้บริโภคครั้งนี้ เราจะยึดว่าเป็นการเยียวยาเพื่อความปลอดภัยทางสาธารณะ ซึ่งจากที่ทราบกันว่าถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่าร้อยราย และผู้บาดเจ็บกว่า 1,400 คน นี่เป็นข้อมูลที่เราดำเนินการสำรวจไว้ตั้งแต่ต้นปี 2566

 

ซึ่งประเด็นที่เราจะฟ้องเป็นสิทธิที่เกี่ยวกับผู้บริโภคที่เราจะมีสิทธิได้รับการเยียวยาในเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้สินค้าและบริการ รวมถึงได้รับการพิจารณาชดเชยความเสียหายเช่นเดียวกัน เราตั้งประเด็นในการฟ้องคดีเพื่อหารือกับสภาทนายความ และยึดหลักจากเหตุการณ์ 2-3 เหตุการณ์ เนื่องจากประเทศไทยเคยมีมติจากคณะรัฐมนตรีเรื่องการเยียวยาความสูญเสียทางด้านจิตใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 ล้านบาทต่อราย และเยียวยาค่าเสียโอกาสของผู้เสียชีวิต 4 ล้าน 5 แสนบาท รวมถึงค่าปลงศพและค่ารักษาพยาบาล

 

ซึ่งเราตั้งข้อสังเกตกับสภาทนายความว่า ทางผู้บริโภคจะสามารถฟ้องใครได้บ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาโครงการ บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างทั้งหมด ตัวแทนภาครัฐที่เป็นผู้ควบคุมงาน รวมถึงเรื่องที่ญาติของผู้เสียชีวิตจะได้รับการชดเชยเยียวยาจนไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดี ทำให้อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการฟ้องร้องหรือไม่ จะต้องเป็นรายละเอียดที่ต้องมาพูดคุยกันกับทางสภาทนายความอีกครั้งว่าบุคคลที่กล่าวมาข้างต้นจาก 7 องค์กรจะถูกฟ้องร้องแบบไหนอย่างไร

 

 

นายวิเชียร นายกสภาทนายความ กล่าวว่า เรื่องนี้ที่สภาองค์กรของผู้บริโภค จะหาแนวทางการดำเนินคดี สภาทนายความก็เห็นถึงความจำเป็นเนื่องจากปัจจุบันการใช้เส้นทางดังกล่าว ประชาชนไม่เกิดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย สำหรับการดำเนินคดีทางสภาทนายความจะลงไปดูรายละเอียดทั้งหมด ตนคิดว่าจะต้องหารือกับสภาวิศวกร เพื่อจะได้ลงถึงรายละเอียดของสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริงที่สะพานถล่มเกิดจากอะไร จะต้องแยกแยะองค์ประกอบแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นว่าเป็นความรับผิดชอบของใครบ้าง

 

อย่างไรก็ตามในภาพรวม ตนคิดว่าเมื่อเราได้ลงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้วที่จะได้มาทุกอย่างจะบ่งบอกว่ามีใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเราจะพิจารณาว่าสมควรที่จะดำเนินคดีกับใครแบบไหน อาจจะเป็นคดีผู้บริโภค คดีปกครอง

ทั้งนี้ในมุมมองของตนมองว่าจะทำอย่างไรเพื่อเป็นเชิงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ในการก่อสร้างสะพานยกระดับของถนนพระราม 2 ตลอดเส้นทาง ที่หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนกับที่ผ่านมา

 

เมื่อถามว่าประเด็นที่สภาองค์กรของผู้บริโภคมุ่งจะฟ้องแพ่งเพื่อให้ได้เงินเยียวยามากขึ้น จะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้หรือไม่

 

นางสารี กล่าวว่า การฟ้องแพ่งให้บริษัทรับเหมารับผิดชอบเยียวยาเพิ่มขึ้น จะทำให้รู้สึกว่าการทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือมีคนตายแม้เพียงคนเดียว ไม่คุ้มกับความเสียหายอย่างแน่นอน จึงคิดว่าจะทำให้เกิดมาตรการเพื่อความปลอดภัยสาธารณะขึ้นในอนาคต ผู้ประกอบการก็จะต้องลงทุนเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่าเรื่องนี้เราสามารถดำเนินคดีแทนผู้เสียหายได้ตามกฎหมาย ดังนั้นเราจะมอบหมายให้สภาทนายความช่วยฟ้องคดีให้

 

นายวิเชียร กล่าวว่า หลังจากนี้เราจะดำเนินการทุกมิติกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และในเบื้องต้นเราจะเน้นเรื่องคดีแพ่งและคดีปกครอง ส่วนคดีอาญาจะติดตามผลอย่างใกล้ชิด ตนคิดว่าในส่วนของคดีปกครองถ้าเรามีมาตรการที่ทำให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยผู้ประสบเหตุ ทำให้มีความรวดเร็วกว่าคดีอาญาที่จะต้องใช้เวลาไม่รู้กี่ปี แต่ถ้าเรามีการฟ้องคดีปกครองและให้ศาลออกมาตรการต่าง ๆ ตนคิดว่าจะได้ประโยชน์มากขึ้น และตนต้องขอความร่วมมือจากทางสภาผู้บริโภคเพื่อหารือและตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่

 

 

เมื่อถามว่ากรณีแบบนี้สามารถฟ้องร้องแทนกลุ่มผู้บริโภคได้หรือไม่

 

 

นายวิเชียร กล่าวว่า สามารถฟ้องแทนผู้บริโภคได้ ซึ่งจะมี 2 รูปแบบคือ รูปแบบแรก ผู้เสียหายเป็นผู้ดำเนินการ และอีกส่วนหน่วยงานจะเป็นผู้ฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค

 

ซึ่งทางสภาทนายความไม่สามารถฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคได้เนื่องจากเราอยู่ในระหว่างการแก้ไขกฎหมายให้ทางสภาทนายความเป็นองค์กรที่สามารถฟ้องร้องแทนผู้บริโภคได้ ซึ่งในส่วนนี้อยู่ระหว่างเข้ารับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และหลังจากนี้ตนจะไปตั้งคณะทำงานขึ้นและคิดว่าไม่เกิน 1 เดือนจะสามารถเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาได้