ป้ากุ้ง ยอมรับว่า รู้เรื่องมิจฉาชีพออนไลน์มาบ้าง แต่เธอมั่นใจว่ามาร์คมีตัวตนจริง เพราะเคยเห็นหน้าในวิดีโอคอล และได้ยินเสียงคุยกันโดยตรง ตอนนี้เธอหมดตัวแล้วไม่มีเงินให้มาร์คอีก แต่ยังอยากให้ “สายไหมต้องรอด” ช่วยนำตัวมาร์คออกจากตำรวจไทย เพราะมาร์คบอกว่าพกเงินมาไทยหลายล้านบาท หากออกมาได้จะคืนเงินให้ทั้งหมด
แม้ ป้ากุ้ง จะสูญเงินไปเยอะ และถูกลูกเตือนมาก่อนว่าโดนหลอก แต่เธอยังเชื่อว่ามาร์คไม่ได้โกหก และหวังว่าทาง สายไหมต้องรอดจะช่วยเธอให้มาร์คเป็นอิสระ จากการถูกตำรวจจับตัวประกันครั้งนี้
ทุกวันนี้ ป้ากุ้ง เครียดมากบางวันอยากจะฆ่าตัวตายไม่อยากมีชีวิตอยู่เพราะไม่มีเงินไปจ่ายให้กับตำรวจ และยังไปกู้หนี้ยืมสินมาจากเพื่อนฝูงครอบครัวจนทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครคบหรือคุยด้วยแล้ว ปัจจุบันเหลือเงินติดตัว 3 บาท
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ชี้แจงกับป้ากุ้งว่านายมาร์คไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นมิจฉาชีพประเภทโรแมนซ์สแกม หรือ แก๊งสแกมเมอร์ ที่ใช้วิธีทักแชตพูดคุยกับผู้สูงอายุ อ้างว่าจะส่งเงินและของมีค่าให้ ก่อนจะหลอกให้โอนเงิน ซึ่งมีเหยื่อจำนวนมากเคยตกเป็นเหยื่อกลโกงแบบนี้
นายเอกภพระบุว่า จะพาป้ากุ้งไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับแก๊งมิจฉาชีพและติดตามเงินคืน พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ควรระมัดระวังมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของความรักและความห่วงใย
อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าคนที่โดนหลอกก็มักจะเชื่อจริงๆ ไม่อยากให้ไปต่อว่าคุณป้า เพราะใครเจอแบบนี้ก็มีโอกาสหลงเชื่อได้ พร้อมยืนยันว่าจะประสานตำรวจอายัดบัญชีมิจฉาชีพทั้งหมด และออกหมายเรียกเจ้าของบัญชี เพราะป้ากุ้งถูกหลอกให้โอนไปหลายบัญชี เชื่อว่าสามารถติดตามเงินคืนได้อย่างแน่นอน