ล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดียิงนศ. โดยขณะนี้อาการของผู้บาดเจ็บปลอดภัยแล้ว อยู่ระหว่างการพักฟื้น
พล.ต.ท.สยาม กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า ได้สอบปากคำเพื่อนของผู้บาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว และได้รายละเอียดพฤติการณ์ทางคดีมาพอสมควร แต่ในส่วนของผู้ก่อเหตุที่จะเป็นคู่อริต่างสถาบัน และเกี่ยวข้องกับวันคล้ายวันสถาปนาของมหาวิทยาลัยดัง หรือไม่นั้น รายละเอียดตรงนี้ขอสงวนไว้ก่อน เนื่องจากเป็นรายละเอียดในการสืบสวน แต่ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีประชาชนถูกลูกหลง
หลังจากใช้เวลาประชุมนานกว่า 1ชั่วโมง พล.ต.ต.นพศิลป์ ให้สัมภาษณ์ว่า อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผล พบว่า ผู้ก่อเหตุ มีทั้งหมด 2 คน ใช้รถจยย.เป็นพาหนะ มาก่อเหตุ และพบว่าแผนประทุษกรรมของผู้ก่อเหตุ คล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่ขอใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน
ตำรวจมีการตั้งประเด็นเรื่องส่วนตัวของนักศึกษา รวมถึงสาเหตุอื่นๆที่เกี่ยวข้องในทุกมิติส่วนจะเป็นเพราะสาเหตุไหน ขอเวลาตำรวจในการสืบสวนสอบสวนก่อน
รวมทั้งต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งขามาขาไป ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ แต่ยืนยันได้ว่า คนร้ายวางแผนตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ มีการเตรียมการมาดูเป้าหมาย และหลังก่อเหตุก็พยายามหลบหนีสุดชีวิต การก่อเหตุในการใช้อาวุธปืน ถือเป็นการหวังผลต่อชีวิตอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าพฤติการณ์การก่อเหตุ เป็นกลุ่มอาชญากรขนาดเล็กหรือไม่ พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ขอเวลาไล่ตรวจสอบกลุ่มคนร้ายก่อน เบื้องต้นพบว่า คนร้ายทั้ง 2 คนใส่เสื้อคลุมสวมหมวกกันน็อก รองเท้าผ้าใบ แต่งกายมีลักษณะการปกปิดร่างกายมิดชิด ส่วนทะเบียนรถมีการติดตามปกติ แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นทะเบียนรถของจริงหรือขโมยมาสวมติด ขณะที่เส้นทางการหลบหนี ตำรวจยังอยู่ระหว่างไล่ติดตาม และเชื่อว่ายังอยู่ในกรุงเทพฯ
ส่วนอาวุธปืนจากการตรวจสอบพบเศษกระสุน ที่ไปกระทบกับสะพานลอย มีลักษณะเป็นทองแดง แต่ไม่พบปลอกกระสุน จึงน่าเชื่อว่าเป็นปืนลูกโม่ ขนาด .38
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า วันนี้ ผบช.น. ได้เรียกประชุม ฝ่ายปราบปราม ฝ่ายสืบสวน และ ตำรวจกองบังคับอารักขาและควบคุมฝูงชน เพราะห่วงใยประชาชนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อปรับมาตรการ ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยได้มีการจัดกำลังเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการเพิ่มจุดสกัด และตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย ถ้าพบบุคคลที่สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ และมากัน 2 คนด้วยรถจยย. และรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหรือรถมีร่องรอยของป้ายทะเบียนดูน่าสงสัย จะต้องเรียกตรวจค้นทุกคัน