พฤติการณ์ กรมศุลกากรตรวจยึดและอายัดตู้คอนเทนเนอร์นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 10 ตู้ ปริมาณ 256 ตัน สำแดงเท็จลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. ได้ทำการสืบสวนพบว่า บริษัทตั้งอยู่ใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้นำเข้า
และ จากการเฝ้าติดตามบริษัทในกลุ่มเครือโรงงาน ที่ตั้งอยู่ใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เคยถูกจับกุมและมีคำสั่งจากเจ้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมให้หยุดประกอบกิจการแล้วนั้น
พบว่าเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2568 มีการเคลื่อนย้ายของต้องสงสัยขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นของกลางในคดี และถูกอายัดไว้ เข้ามาในบริเวณโรงงานที่ตั้งอยู่ใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงงานที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุม คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ออกคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว และเข้าตรวจค้น
จากการตรวจสอบพบว่า ในบริเวณโรงงานพบวัตถุอันตรายจำนวนมาก และกองวัตถุอันตรายของกลางอยู่ในความครอบครองของโรงงานดังกล่าว โดยนายหลี่ แสดงตัวเป็นผู้จัดการโรงงาน ที่ครอบครองกองวัตถุอันตรายดังกล่าว ส่วนนายกัว แสดงตัวเป็น ผู้จัดการโรงงานเจ้าของพื้นที่ที่กองวัตุอันตรายของกลางวางอยู่ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแจ้งว่าไม่ได้มีการขออนุญาตแต่อย่างใด และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
หลังจับกุมได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก อยู่ระหว่างตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอเตือนภัย ว่า โลหะหนัก ที่มีตะกั่ว และสารหนู หากไม่มีการบริหารจัดการกากของเสียที่ดี จะทำให้เกิดการปนเปื้อนโลหะหนักเหล่านี้ในสิ่งแวดล้อม และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้ ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนในอาหารสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่อนุญาตให้บริโภคได้อย่างปลอดภัย ถ้าคนหรือสัตว์เลี้ยงที่บริโภคอาหารและน้ำที่มีโลหะหนักปนเปื้อนเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการสะสมและอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้