สำหรับอีก 3 ราย ที่คณะอนุกรรมการฯ ตีตกข้อกล่าวหาไปด้วยในคราวเดียวกันกับ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ (ชื่อเดิมและตำแหน่งขณะนั้น) , ประกอบด้วย ดาบตำรวจ สถาพร ศรีโลรัมย์ ผู้บังคับหมู่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ , จ่าสิบตำรวจ ศรีสุวรรณ วงศ์ศิริ ผู้บังคับหมู่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และนายบุญเลี้ยง หรือธนากร แปลนดี หรือชื่อเล่น "จ่าดำ"
ทั้งนี้ ผลการไต่สวนคณะอนุกรรมการฯ ป.ป.ช.สอดรับกับบันทึกข้อความของจเรตำรวจ แจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอ ผบ.ตร.เมื่อ14 มี.ค.2558 ผ่านกองวินัย ลงนามโดย พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองจเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ.8) ระบุว่า
"นายเขตสยาม รู้สึกสำนึกในความผิดที่เกิดขึ้นไปใส่ร้ายว่า พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกว่า รับส่วยร้านค้าคาราโอเกะ และที่ได้กระทำลงไปเพราะเดือดร้อนเรื่องเงิน ทำให้เป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคลหนึ่ง ขอยืนยันไม่เคยรู้จักกับ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาก่อนและ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็ไม่เคยเก็บส่วยร้านคาราโอเกะ"