และในส่วนของความชัดเจนในการออกหมายเรียก หรือ หมายจับใครเพิ่มเติม ขณะนี้ใกล้จะได้รับความชัดเจนแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของอัยการสูงสุด ว่าจะมอบอำนาจหรือมอบหมายให้ผู้ใดเป็นผู้สอบสวน หรือทางอัยการจะร่วมสอบสวน แต่ทางตำรวจก็ทำสำนวนควบคู่กันไป
เมื่อถามว่า หาก “ทนายตั้ม” ไม่มีทนายความ เจ้าตัวสามารถดำเนินการในชั้นศาลด้วยตัวเองได้หรือไม่ พล.ต.ต.มนตรี ระบุว่า ขณะที่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมพบว่าตัว “ทนายตั้ม” มีทีมทนายความอยู่แล้ว โดยปกติหากคดีที่มีโทษจำคุกแล้วเจ้าตัวไม่มีทนาย ทางศาลก็จะตั้งทนายความให้ รวมถึง “ทนายตั้ม” ก็สามารถขอซักค้านในชั้นศาลด้วยตังเองได้
ส่วนกรณีของอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่มีการออกมาเปิดถึงเส้นเงินของ “ทนายตั้ม” จำนวนกว่า 100 ล้านบาท ที่เป็นเส้นเงินคนละส่วนของ “เจ๊อ้อย” ได้มีการตรวจสอบย้อนหลังไปบ้างแล้วหรือยัง พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า มีการตรวจสอบทุกทาง แต่ตอนนี้เน้นในเรื่องการกระทำความผิดที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษก่อน
สำหรับเรื่องที่สอง กรณีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อ หรือได้รับรายงานมาแต่อย่างใด และยังไม่ได้รับการประสานแจ้งเลื่อนหมายเรียกในครั้งนี้ เบื้องต้น ในการขอเลื่อนก็ต้องดูว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่มาพบตำรวจหรือไม่
หากมีความจำเป็นก็จะออกหมายเรียก ครั้งที่ 2 ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องออกหมายเรียกกี่ครั้ง แต่โดยทั่วไปจะออกหมายเรียกประมาณ 2 ครั้ง
ทั้งนี้ นายรัฐภูมิ มีสิทธิ์ที่จะมีทนาย หรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าร่วมสอบสวนด้วย โดยนายรัฐภูมิ ยังไม่ถูกออกหมายจับ เนื่องจากอยู่ที่พยานหลักฐาน