โดยเหตุผลที่คัดค้านเพราะมีการไปยุงเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งพบพฤติการณ์ว่า "เจ๊พัช-กฤษอนงค์" พยายามที่จะเปิดหน้าพยานทั้งดิไอคอน ทั้งในหน้าเฟสบุ๊ก และในแชทไลน์กลุ่มกับกลุ่มของ "เจ๊พัช-กฤษอนงค์" ที่มีสมาชิกจำนวนกว่า 2 พันคน
ทำให้พยานของดิไอคอนกรุ๊ปไม่ได้รับความปลอดภัย โดยพฤติการณ์นี้ เกิดขึ้นมาประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว เข้าข่ายเป็นลักษณะการข่มขู่จะเป็นการใช้คำพูดลักษณะว่า "ให้ระวังตัวไว้" ซึ่งตนเองได้แคปหลักฐานไว้ทั้งหมด
ส่วนในทางคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียง 20 ล้านบาทที่ "เจ๊พัช-กฤษอนงค์" ร่วมกับ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" พยายามเรียกรับผลประโยชน์จาก "บอสปัน" โดยแอบอ้างเพื่อพาไปออกรายการ "โหนกระแส"
ทนายวิฑูรย์ เผยว่า ขณะนี้ทีมทนายยังรอหนังสือมอบอำนาจจาก "บอสปัน" คาดว่าวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ น่าจะได้เดินทางเข้ามาแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมอีก 1 คดี นอกจากนี้ทีมทนายความได้หารือถึงข้อหาที่จะแจ้งความ ระหว่างข้อหา "พยายามกรรโชกทรัพย์" หรือ "พยายามฉ้อโกง"
โดยยังพิจารณาให้ใกล้เคียงการกระทำความผิดและตรงกับความจริงมากที่สุด ซึ่งจะแจ้งความกับ "เจ๊พัช-กฤษอนงค์" ร่วมกับ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ทั้ง 2 คน
ยืนยันว่า หลักฐานที่มอบให้กับตำรวจไป เพียงพอกับการเอาผิด "เจ๊พัช-กฤษอนงค์" ได้อย่างแน่นอน และยืนยันอีกว่า แม้การแจ้งความเอาผิดกับ "เจ๊พัช-กฤษอนงค์" ไม่ได้ส่งผลทางใดทางหนึ่งต่อรูปคดีหลักของ "บอสดิไอคอนกรุ๊ป" ที่ถูกดำเนินคดีแน่นอน