แต่ก็ยอมรับว่า ค่าจ้างทนายของ “ทนายตั้ม” เป็นเรทราคาที่กระโดดจากทนายความทั่วไปค่อนข้างมาก โดยทนายความที่รวยกว่านี้จากการทำงานสุจริตก็มี แต่ต้องทำมาเป็น 10 ปี จึงจะมีเรทราคานี้ ถ้าเพิ่งมาเปิดสำนักงาน แล้วรับว่าความด้วยเรทขนาดนี้ ก็ค่อนข้างแปลก
ทนายรณณรงค์ บอกอีกว่า ที่ผ่านมา ทนายตั้มเคยมาพูดเรื่องจะไปลงทุนทำธุรกิจอื่นๆ หลายอย่าง ซึ่งรายละเอียดจะไปให้ข้อมูลกับตำรวจ แต่สิ่งที่เขาบอกกับตนเองมาก็คงไม่ได้บอกทั้งหมด
นักข่าวถามต่อว่า จะเข้าไป เยี่ยม “ทนายตั้ม” ที่เรือนจำหรือไม่ ทนายรณณรงค์ บอกว่า คงรอให้สถานการณ์นิ่งกว่านี้ ไม่มีนักข่าวไปเฝ้าหน้าเรือนจำก่อน ให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์คือ ห่างกันอยู่ แล้วตอนนี้ตนก็ไม่ได้ติดตามข่าวเรื่องนี้อะไรมาก เพราะว่าดูแล้วเครียด
ส่วนเรื่องการประกันตัวภรรยาของ ทนายตั้ม ทราบว่า ทนายความก็เตรียมจะยื่นเรื่องประกันตัวอยู่ อาจจะเป็นในผลัดที่ 3 ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
และระหว่างเดินเข้าไปให้ปากคำ นักข่าวก็ไปถามทนายรณรงค์ เพิ่มเติม ถึงประเด็นการไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานของทนายตั้มว่า ทนายตั้ม มักจะไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานโลงศพจริง เวลาที่มีปัญหา ยิ่งเวลามีวิกฤตหนักก็จะไปนั่ง ทุกครั้งที่เขาจะไปเวลามีวิกฤตก็จะโทรหาตนเอง เพราะเป็นการไปนั่งฝึกให้จิตรวม และสติเกิด
ส่วนครั้งล่าสุดในวันที่ถูกจับกุม ตนเองก็เชื่อว่า ทนายตั้มจะไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ที่วัดป่าหวายวิปัสสนาญาณจริงแต่ไปไม่ถึงวัด เพราะหลวงปู่บอกทนายตั้มโทรไป ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาโทรไป แต่หากโทรไปจริงก็เป็นหลักฐานในการยื่นประกันได้
พร้อมกันนี้ ทนายรณรงค์ ยอมรับว่า วัดป่าหวายวิปัสสนาญาณ ตนเองกับทนายตั้ม ไปถือศีลด้วยกันสองคน โดยครั้งแรกก็ไปนั่งกรรมฐาน และยืนยันในวันที่ถูกจับไม่ได้ไปวัดหนองรีแน่นอน ซึ่งวัดป่าหวายวิปัสสนาญาณ ลักษณะที่ตั้งจะมีถนนที่อยู่ติดกับ จ.จันทบุรี และ จ.สระแก้ว ห่างจากชายแดนแค่ภูเขาลูกเดียว และที่เลือกวัดป่านี้ เพราะได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ของทนายตั้มว่าดีเลยไป ส่วนจะเพราะออกอยู่ใกล้ชายแดนแล้วออกง่ายหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ แต่วัดดังกล่าวก็ออกชายแดนได้ง่ายจริง ออกไปก็ตามไม่เจอ
ส่วนการต่อสู้ในฐานะทนายความมองว่า จะมีช่องทางการต่อสู้หรือไม่นั้น ทนายรณรงค์ บอกว่า จะสู้ยังไง ในเมื่อเอาเงินเขามาจริง แต่เอามาด้วยเหตุผลใดนั้นก็ต้องไปสู้กัน แต่ประเด็นคือ เอาเงินของ “เจ๊อ้อย” มาจริง ซึ่งทนายความของ ทนายตั้ม กำลังสู้ในข้อกฎหมายว่าคดีแพ่งไม่ใช่อาญา ซึ่งก็คงต้องไปดูว่าจะเป็นแพ่งได้หรือไม่ ต้องดูสัญญามีชื่อทนายตั้มหรือไม่ และกลายเป็นว่านิติกรรมซ้อนไปซ้อนมา ซึ่งไม่รู่ว่าอันไหนจริงหรือไม่จริง ก็คงต้องว่าไปตามกระบวนการ