เมื่อถามว่า ปปง. พบกระแสเงินในคดีดิไอคอนฯ ไหลออกนอกราชอาณาจักรบ้างหรือไม่ หรือไปถูกเปลี่ยนให้อยู่ในสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี
นายวิทยา ระบุว่า ขอเรียนว่ายังไม่มีข้อยุติในส่วนนี้ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 61-63 แต่ตอนนี้ปี 67 การทำธุรกรรมทางการเงินถือเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ ปปง. จะใช้อำนาจ ก็ต้องมีพื้นฐานในคดีอาญาให้มันชัดเจนด้วย และกระบวนการในการตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ก็ยิ่งต้องใช้หลักฐานเยอะ เพราะบางครั้งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มาร่วมกระทำความผิด แต่เราต้องมีความชัดเจนว่าทรัพย์สินดังกล่าวมันตั้งต้นมาจากเรื่องนี้
เมื่อถามว่า ปปง. จะติดตามยึดและอายัดทรัพย์สินได้เทียบเท่ากับมูลค่าความเสียหายหรือไม่ เพราะ ปปง. ยึดไปแล้ว 320 ล้านบาท แต่มวลรวมความเสียหายในปัจจุบันมีกว่าพันล้านบาทนั้น
นายวิทยา แจงว่า ทรัพย์สินในคดีที่มีการยึดและอายัด นอกจาก ปปง. แล้วก็ยังมีตำรวจและดีเอสไอที่ได้ไปยึดพวกอสังหาริมทรัพย์ไว้ และท้ายสุดก็ต้องถูกส่งมาที่ ปปง. ย้ำว่าพยายามทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ไม่อยากบอกว่าจะได้ครบหรือไม่ เพราะเวลามันทิ้งช่วงมาหลายปี ทรัพย์มีการจำหน่าย จ่าย โอน และมันมีความยากในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของ ปปง. เนื่องจากบางรายจ่ายเงิน 250,000 บาท ได้สินค้าไปเท่าไร หรือมีการขายจริงแล้วได้เงิน หรือนำไปบริจาค หรือนำไปให้สุนัขกิน จะคิดค่าเสียหายกันอย่างไร จึงพยายามเคลียร์เรื่องทรัพย์สินให้นิ่งก่อน แล้วจึงจะขยับมาเรื่องคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามลำดับ
ทั้งนี้ การประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากที่ดีเอสไอสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการเท่านั้น เพราะกฎหมายของ ปปง. คือยึดทรัพย์ก่อนแล้วนำมาคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ดังนั้น การคุ้มครองสิทธิฯ จึงต้องอาศัยหลักฐานในคดีอาญาของพนักงานสอบสวนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นปีไหน แล้วใครมาเกี่ยวข้องสัมพันธ์
ซึ่งจะอยู่ในข่ายที่ ปปง. จะต้องเข้าไปดู สรุปคือ การทำเรื่องทรัพย์สินของ ปปง. ต้องชัดเจน ไม่ใช่ไปฟอกขาวให้เขา แต่เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายด้วย
ต่อข้อถามเรื่องเงินทำบุญ หรือเส้นทางเงินที่อ้างว่าเป็นเงินโอนสำหรับทำบุญ ปปง. มีหลักการตรวจสอบหรือพิสูจน์อย่างไรบ้าง
นายวิทยา อธิบายว่า เงินทำบุญนั้น วัดที่รับทำบุญสามารถต่อสู้เรื่องของความสุจริตตามธรรมจรรยา กล่าวคือ ตอนที่วัดรับโอนเงิน วัดรู้หรือไม่ว่าเงินนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ถ้าไม่รู้คือจบ และตามศีลธรรมจรรยาปกติแล้ววัดรับบริจาคลักษณะแบบนี้ใช่หรือไม่ ทั้งหลักสิบบาท หลักร้อยบาท ล้านสิบล้านบาท หลักร้อยล้านบาท เคยรับไหม ต้องดูประกอบหลาย ๆ อย่าง
ส่วนถ้าเงินโอนเข้าแล้วอ้างว่าเป็นเงินทำบุญ แต่เงินกลับถูกโอนออกไปอีกบัญชีทันทีนั้น อันนี้ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง แล้วแต่องค์ประกอบ ก็ต้องดูความสุจริตว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก่อนหรือไม่ รวมทั้งใบอนุโมทนาบุญก็ต้องดูประกอบเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เราต้องดูลึกมากกว่านั้นเพื่อพิสูจน์ความสุจริตของเขา
เมื่อถามถึงกรณีที่ดินของนายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ ดาราชายชื่อดัง ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ติดกับวัดคีรีเขต (วัดทุ่งโป่ง) ทอดยาวไปถึงลำน้ำแม่ท่าช้าง ต.บ้านปง อ.หางดง มีทั้งหมด 7 ไร่ 70 ตารางวา ได้อยู่ในรายการทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรมที่จะต้องตรวจสอบหรือไม่นั้น
นายวิทยา เผยว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เรื่องที่ดินเราไม่ค่อยห่วง แต่เพื่อความรอบคอบ ก็ต้องมีชัดเจนเพียงพอว่ามันเป็นทรัพย์ที่เขาได้มาครอบครองในช่วงเวลาใด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย
ต่อข้อถามว่าสังคมสนใจห้วงไทม์ไลน์ปี 62-64 ที่ธุรกิจดิไอคอนฯ ได้รับความนิยม มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ารายการทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เหล่า 18 บอสได้มาครอบครองนั้น จะเป็นการได้มาด้วยเงินที่มาจากการทำธุรกิจดิไอคอนฯ
นายวิทยา แจงว่า ปปง. มีความจำเป็นที่จะต้องรอดูสำนวนของพนักงานสอบสวน หรือคดีอาญา ก่อน ว่าพฤติการณ์การกระทำความผิดได้ถูกขีดเส้นตั้งแต่ช่วงใด เพื่อให้เป็นขอบเขตในการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินด้วย จึงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานสักระยะ
สำหรับการประชุมของคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีการประชุมในทุกเดือน แต่เราก็ไม่อยากไปกำหนดเวลาการทำงานของพนักงานสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนต้องมีความรอบคอบในการทำ ถ้าทัน ก็สามารถเสนอได้ อีกทั้งก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงด้วย แต่ยืนยันว่าจะทำให้เร็วเพราะมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ยังรอความหวัง
ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะเข้าไปแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา ส่วนจะทันพรุ่งนี้ (ศุกร์ที่ 8 พ.ย.) หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจเอกสารบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา
หากพรุ่งนี้ทันก็จะดำเนินการในวันพรุ่งนี้เลย และจะต้องนัดพร้อมทนายความของผู้ต้องหาให้เรียบร้อยด้วย อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ตนยังไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานสอบสวน แต่ให้ความมั่นใจว่าในเร็วๆนี้
ส่วนกรณีผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ตนต้องย้ำว่าตอนนี้เราเร่งดำเนินการกับกลุ่มแรกก่อน เพราะมันมีระยะเวลาควบคุม เพราะในฐานความผิดแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งไว้ คือ ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ สามารถฝากขังได้ 48 วัน แต่เมื่อดีเอสไอจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ จะขยายเวลาควบคุมได้ถึง 84 วัน
แต่หลักฐานเอกสารในสำนวนปัจจุบันนี้มีกว่า 200,000 แผ่น พนักงานสอบสวนจึงต้องเรียบเรียงและรวบรวมเพื่อจะสรุปสำนวนคดีให้ทัน ทั้งนี้ ในกรณีผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ที่ดีเอสไอจะต้องขยายผลต่อนั้น มันก็จะยังอยู่ในระยะเวลา ย้ำว่าจะเร่งทำให้รวดเร็ว
ส่วนกรณีที่ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล แจ้งว่าหากดีเอสไอไม่ทำการสอบปากคำพยานของบริษัท ดิไอคอนฯ ให้ครบ 2,000 ปาก หรือพยายามจะตัดจำนวนพยานนั้น จะมีการขอความเป็นธรรม และอาจถึงขั้นดำเนินคดี ม.157 ต่อพนักงานสอบสวนนั้น
พ.ต.ต.ยุทธนา แจงว่า ตนได้แจ้งให้ทางทนายความไปจัดทำบัญชีรายชื่อพยาน ระบุความเกี่ยวข้อง และประเด็นที่ทั้ง 2,000 รายประสงค์ให้ข้อมูล ซึ่งก็ต้องมาดูว่าเป็นประเด็นเดียวกัน ซ้ำกันหรือไม่
ทุกอย่างเป็นอำนาจและดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนได้รับฟังประเด็นและการชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ แล้ว ก็ต้องให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณาเท่าที่จำเป็น