นายเอกภพ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่จะมีการดำเนินคดีกับตนเองที่พาพยานมาให้การเท็จ ขอถามกลับว่า "ที่ผมพาพยานมาให้การเท็จคือยังไง ตำรวจเป็นคนติดต่อผมว่าให้พาพลเมืองดีรายนี้ไปให้ข้อมูลหน่อย ผมก็พาไปให้ข้อมูล"
ส่วนจะเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ตนเองไม่รู้ และที่พยานไปให้การกับตำรวจ กับที่มาบอกกับตนเองตรงกันหรือไม่ ตนเองก็ไม่รู้เช่นกัน เพราะตนเองไม่ได้นั่งอยู่กับพยานในขณะสอบปากคำ แต่ยืนยันได้ว่า สิ่งที่พยานบอกเล่าให้ตนเองฟัง มีหลักฐานทั้งหมด
"พยานรายนี้ผมไม่ได้ติดต่อเอง เขาเป็นคนติดต่อมาหาผมว่าอยากจะให้ข้อมูลต่างๆ แล้วพี่มีหลักฐานหมดเพราะเขาส่งข้อมูลมาในแชทของเพจ จนกระทั่งมีการพูดคุยกัน ผมก็มีหลักฐานตอนคุย เพราะตอนพยานอธิบาย ผมไม่รู้เรื่องธุรกิจขายตรง ไม่รู้เรื่องคริปโต พี่เลยบอกพยานว่า งั้นขอบันทึกข้อมูล บันทึกเสียงเอาไว้ เพราะจะต้องเอาเปิดฟัง เพื่อศึกษา ผมจึงบันทึกเอาไว้ ดังนั้นจึงมีหลักฐานทั้งหมด และยืนยันว่า ข้อมูลที่ได้มาพยานเป็นคนให้ จึงส่งให้เจ้าหน้าที่เผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย" นายเอกภพ ระบุ
ส่วนในวันที่พยานบอกกับนายเอกภพ เขาได้บอกหรือไม่ว่าตัวพยานเกี่ยวข้องกับดิไอคอนอย่างไร นายเอกภพ บอกว่า ตนเองก็มีหลักฐาน เพราะได้ถามพยานชัดเจนว่าข้อมูลที่ได้มาได้อย่างยังไง พยานก็อ้างว่า ได้มาจากบอสคนที่กำลังหนีตาย ซึ่งตนเองถามว่าเป็รบอสคนไหน พยานก็บอกชื่อมา แล้วตนเองก็ถามว่า พยานทราบข้อมูลอย่างไรเขาก็อธิบายรายละเอียดมา ซึ่งตนเองย้ำว่ามีหลักฐานทั้งหมดบันทึกไว้ ทั้งแชทและคลิปเสียงคลิปวีดีโอ
"ต่อให้พยานจะไปให้การกับตำรวจแล้วกลับคำให้การว่าสิ่งที่ออกมาพูดเขาไม่ได้พูด หรือผมพูดเอง ผมมีหลักฐานทั้งหมด" นายเอกภพ กล่าว