หลังจากนั้นจะตรวจรับโอนสำนวน และประชุมร่วมกับทางตำรวจว่า ทำอะไรไปแล้วเพื่อวางแผนการทำต่อ เพราะอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอกับตำรวจเป็นอำนาจเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นการถ่ายโอนอำนาจผ่านกันมาแล้วสอบต่อ และดีเอสไอจะต้องวางรูปคดีเพื่อเร่งดำเนินการ เพราะคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ จึงต้องเร่งระยะเวลาในการดำเนินการเพราะเป็นเรื่องสำคัญ ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ที่ตำรวจยังส่งสำนวนมาไม่ครบ เนื่องจากสำนวนมีปริมาณมาก กระจายกันทั่วประเทศ และตำรวจต้องมาเร่งเรื่องการจัดระบบเอกสาร จัดเป็นรูปสำนวน และมีบัญชีความเสียหาย มีการเรียงลำดับคำให้การพยาน
สำหรับเอกสารที่ บก.ปคบ.ส่งมาเบื้องต้น 90,000 กว่าหน้า ในล็อตแรก กระบวนการของดีเอสไอสามารถทำอะไรได้แล้วบ้างนั้น พ.ต.ต.วรณัน บอกว่า ก็เป็นที่มาที่เชิญตำรวจมาชี้แจง โดยจะต้องมาคุยว่า ท่านทำอะไรมาแล้วไปบ้าง จ้อเท็จจริงที่ได้เป็นอย่างไร ส่วนดีเอสไอจะรับด้วยวิธีไหนเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่า ตำรวจกับดีเอสไอทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนเจ้าภาพ เพราะดีเอสไอมีกฎหมายช่องทางในการบูรณาการการทำงานได้มากกว่า กฎหมายอาญาปกติ
ส่วนข้อหาฟอกเงิน ดีเอสไอรับไว้แล้วก่อนหน้านี้เพราะเน้นความสำคัญเรื่องนี้เพราะเป๋นช่องทางที่จะได้ทรัพย์ไปสู่ประชาชนโดยผ่าน ปปง.ส่วนเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินเลยหรือไม่นั้น คงเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง