สำหรับคดีนี้กล่าวหาว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจน้ำ กับพวก ได้ร่วมกันจับกุม นายสุนธร เขียวสุวรรณ (ผู้ต้องหาที่1) กับพวก รวม 28คน ดำเนินคดีในข้อหา "พยายามลักลอบน้ำน้ำมันเข้ามาในราชอาณาจักรฯ" ตามคดีอาญาที่ 102/2567 ของกองบังบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และได้ยึดเรือ 5 ลำเป็นของกลางประกอบด้วย เรือเจ.พี. เรือกำไรเงิน(ซีฮอส) และเรือดาวรุ่ง ซึ่งทั้ง 3 ลำ เป็นเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือแทงค์เกอร์ ส่วนอีก 2ลำ คือเรือกำไรเงิน(เหล็ก) และเรือบ.โชคบุญชู 91 ซึ่งเป็นเรือที่วิ่งรับขนถ่ายน้ำมันจากเรือแท็งค์เกอร์ โดยเรือทั้ง 5 ลำ เป็นของกลางตามบัญชีของกลางลำดับที่ 49/2567 โดยเก็บรักษาของกลางไว้ที่ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ ในจำนวนนั้นมี ผู้ต้องหาที่ 1-14ในคดีนี้รวมอยู่ด้วย โดยผู้ต้องหาที่ 1 เป็นไต๋เรือเจ.พี มีผู้ต้องหาที่ 2-6 เป็นลูกเรือ ผู้ต้องหาที่ 7 เป็นไต๋เรือกำไรเงิน(ซีฮอส) มีผู้ต้องหาที่ 8-9เป็นลูกเรือ และผู้ต้องหาที่ 11 เป็นไต๋เรือดาวรุ่ง มีผู้ต้องหาที่ 12-15เป็นลูกเรือ ซึ่งผู้ต้องหาที่15ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย
ตามวันเวลาที่เกิดเหตุในคดีนี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2567 เวลา 20.11 น.ผู้ต้องหาที่ 1-15 ได้ร่วมกันลักเอาเรือ เจ.พี. ราคาประมาณ 2,205,000 บาท พร้อมน้ำมันดีเซลของกลาง 75,000ลิตรราคาลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน2,136,000 เรือกําไรเงิน (ซีฮอส) ราคาประมาณ 800,000 บาท พร้อมน้ำมันดีเซลของกลาง จำนวน 150,000 ลิตรราคาลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นงิน 4,272,000บาท และเรือดาวรุ่ง ราคาประมาณ 5,500,000 บาทพร้อมน้ำมันดีเซลของกลาง จำนวน 105,000 ลิตร ราคาลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน 6,848,000 บาท ความเสียหายทั้งหมดรวมเป็นเงิน 16,961,000 บาทหลบหนีไปจากทำเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ
ส่วนผู้ต้องหาที่ 15 ซึ่งมิได้เป็นผู้ร่วมกระทำผิดในคดีอาญาที่ 1002 /2567 ของ บก.ปอศ. แต่ได้ช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาที่ 1-14 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาดังกล่าว ได้ร่วมกันลักเรือทั้งสามลำพร้อมน้ำมันดีเซลของกลางหลบหนีไป จึงเป็นการเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมีให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบเรือทั้งสามลำดังกล่าวแล่นอยู่ที่บริเวณทะเลอ่าวไทย พิกัดละติจุด 8.20 ลองจิจูดที่ 101.50 จึง เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาที่1,2,3,5,7,8,9 ,11 รวมจำนวน 8 คน อยู่บนเรือ
ทั้งสามลำ ส่วนผู้ต้องหาที่ 4,6,10,12,13,14,15
รวมจำนวน 7คน ซึ่งหลบหนีขึ้นเรือSK-9ไปก่อนแล้ว จึงควบคุมผู้ต้องหาที่พบทั้งหมดพร้อมเรือทั้งสามลำเข้าฝั่งที่ทำเทียบเรือตำรวรวจน้ำสงขลา
ถึงเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2567เวลา 20.00 น. จากการตรวจสอบพบว่าน้ำมันดีเชลของกลางที่บรรทุกอยู่เรือ เจ.พี. จำนวน 75,000 ลิตร คงเหลือ 3,600 ลิตร น้ำมันหายไป 71,400 ลิตร ๆ ละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน 2,033,472 บาท น้ำมันดีเซลของกลางที่บรรทุกอยู่ในเรือกำไรเงิน (ซีฮอส) จำนวน150,000 ลิตร คงเหลือ 1,290 ลิตร หายไปจำนวน 148,710 ลิตร ๆ ละ 28.48 ลิตร คิดเป็นเงิน 4,235,260.8 บาท และน้ำมันดีเซลของกลางที่บรรทุกอยู่ในเรือดาวรุ่ง จำนวน 105,000ลิตร ๆ ละ 28.48 บาท หายไปทั้งหมด
คิดเป็นเงิน 2,990,400 รวมน้ำมันของกลางหายไป 325,110 ลิตร มูลค่าความเสียหายไม่ได้รับ
คืน 9,259,132.8 (ได้รับเรือและน้ำมันของกลางบางส่วนคืนมูลค่า 7,501,867.20 บาท) เจ้าหน้าที่
ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 8 คน ตามหมายจับของศาลอาญา พร้อมยึดเรือทั้งสามลำและน้ำมัน ดีเซลและเครื่องวิทยุสื่อสารและเครื่องดาวเทียมนำทางเป็นของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ2 กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดี จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าคดีนี้ผู้ต้องหาที่ 16-19 ร่วมกันวางแผนใช้ให้ผู้ต้องหาที่1 กับพวก ลักเรือพร้อมน้ำมันของกลางตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.2567 โดยนำเงินที่ได้จากการค้าน้ำมันเถื่อนที่ลูกค้าโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่ 21 แล้วโอนไปซื้อเครื่องวิทยุสื่อสารขนาดใหญ่และเครื่องดาวเทียมนำทางจำนวน 3 ชุด เพื่อใช้ในการหลบหนี และโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่ 20 เพื่อซื้อเสบียงอาหารใช้ ระหว่างหลบหนี โดยผู้ต้องหาที่ 16 กับพวก ได้ควบคุมคุมสั่งการให้ผู้ต้องหาที่ 1,7 และที่ 11 เดินเรือที่ลักมาไป
ยังพิกัดเป้าหมายแล้วให้ยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเชลของกลางไปชุกซ่อนไว้ยังเรือ SK-9 หรือแหล่งรับน้ำมันอื่นอื่นปิดบัง ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ปกปิดแหล่งที่มา การได้มา ซึ่งทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ร่วมกันยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเซลของกลางแล้ว ผู้ต้องหาที่ 16กับพวกยังได้ให้ผู้ต้องหาที่ 1,7,11 เดินเรือที่ลักมาไปยังพิกัดเป้าหมายแล้วให้ยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเซลของกลางไปซุกซ่อนไว้ยังเรือ SK-9หรือแหล่งรับน้ำมัน ปิดบัง ซ่อนเร้นเปลี่ยนแปลงสภาพพรัพย์สิน ปกปิดแหล่งที่มา การได้มา ซึ่งทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหลังจากร่วมกันยักย้ายถ่ายเหน้ำมันดีเซลของกลางแล้ว ผู้ต้องหาที่ 16 กับพวกยังได้ให้ผู้ต้องหาที่ 4,6,10,12,13,14,15 หลบหนีขึ้นเรือ SK-9 หรือเรือลำอื่นหลบหนีไป ผู้ต้องหาที่ 16-21จึงเป็นผู้ใช้ให้ผู้ต้องหาที่ 15 กระทำผิดฐาน เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ 14 มิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเว้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดอีกฐานหนึ่ง
เหตุเกิดที่ ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี, ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง
สมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร, ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี, ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา (สถานที่บันทึกจับกุม) และหลายท้องที่เกี่ยวพันกัน ระหว่างวันที่ 2 พ.ค. 2567-16 มิ.ย.2567