หลังเกิดเหตุตำรวจจึงได้มีการวิทยุสกัดจับ ก่อนที่จะพบว่า ผู้ต้องขังหลบหนีไปเส้นทางสระบุรี จึงประสานและโทรศัพท์ไปยังญาติเบอร์ ที่ผู้ต้องขังโทรออก ก่อนที่ผู้ต้องขังจะรับสาย จึงเกลี่ยกล่อมให้มอบตัว เนื่องจากหากเข้าไปถึงตัวเมืองโคราชจะมีด่านใหญ่ ทางผู้ต้องขังจึงมอบตัวที่ สภ.สีดา โคราช และอยู่ระหว่างการคุมตัวกลับมาที่ สน.พญาไท
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.50 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาที่แหกห้องขัง สน.พญาไท กลับมาจาก สภ.สีดา
ซึ่งระหว่างที่เดินเข้าห้องสืบสวน นายนิพนธ์ ได้กล่าวถึงความตั้งใจวางแผนการหลบหนีหรือไม่ว่า “เปล่าครับ ขอโทษครับ สำนึกผิดแล้วครับ ไม่ได้ตั้งใจทำให้สิบเวรเดือดร้อน ขอโทษด้วยครับ” เมื่อสอบถามตั้งใจจะหลบหนีไปไหน นายนิพนธ์ก็ไม่ตอบคำถามใด ๆ ส่วนนายอ้น ที่คุมขึ้นรถมาอีกคัน ทีมข่าวพยายามสอบถาม แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถามใด ๆ
ด้าน พลตำรวจตรี อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ระบุว่า จากการตรวจสอบด้วยกล้องวงจรปิด สิบเวรสังเกตเห็นว่า ผู้ต้องหาโบกมือใส่กล้องวงจรปิด สิบเวรที่นั่งอยู่ด้านนอก มองเห็นโบกมือขอความช่วยเหลือ จึงได้เข้าไปถามว่ามีอะไร
นายอ้น ผู้ต้องหา ก็บอกว่าปวดท้อง ไม่สบาย เหมือนจะเป็นกรดไหลย้อน ขอโทรศัพท์ เพื่อโทรหาแฟน ให้เอายามาให้เพราะต้องกินยา
สิบเวรเห็นว่า จึงได้ตัดสินใจต่อโทรศัพท์ให้และส่งโทรศัพท์ให้คุย โดยสิบเวรยืนคุมเชิงอยู่ด้านหน้า ซึ่งใช้เวลาคุยอยู่ประมาณเกือบ 2 นาที ซึ่งตอนคุยพูดค่อนข้างเบาทำให้ไม่ได้ยิน
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงเวลา 01.27 น. บันทึกภาพหลังโทรศัพท์เสร็จแล้ว สิบเวรยังถามว่า อาการปวดท้องเป็นอย่างไร ก่อนขอรับโทรศัพท์คืน แต่ขณะที่ส่งโทรศัพท์คืนให้สิบเวร นายอ้นได้เข้าไปส่งโทรศัพท์เสร็จ ก็ล็อกคอสิบเวร ก่อนปลุกปล้ำกัน
ส่วนนายนิพนธ์ ผู้ต้องหาอีกคน ก็วิ่งหนีออกไป ขณะที่ตอนนั้นสิบเวรล้มลง นายอ้นก็ออกไปนอกห้อง และถีบสิบเวรจนกระเด็นล้มลง และปิดประตูห้องขังล็อคสิบเวรไว้ข้างใน ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 จะวิ่งหลบหนีออกจากที่ควบคุม ไปขึ้นรถคันสีแดงที่จอดรออยู่ริมถนนพญาไท
จากนั้นสิบเวร จึงตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ ทำให้ร้อยเวรสอบสวนที่ปฏิบัติงานอยู่ชั้นล่างของ สน. ได้ยิน และเข้ามาช่วยเหลือ โดยใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ขณะนั้นก็มีรองผู้กำกับการปราบปรามที่ตรวจอยู่ และรองผู้กำกับสืบสวน ที่ทำงานขยายผลอยู่ จึงเข้ามาและซักถาม ก่อนตรวจสอบ และแบ่งหน้าที่กัน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนี พร้อมกับวิทยุสกัดจับ
ขณะเดียวกัน ได้โทรศัพท์กลับไปที่เบอร์ที่โทรออกทราบว่า เป็นเบอร์ของภรรยาของผู้ต้องหา จึงแจ้งให้ทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนี ถ้ารู้ว่าไปไหนให้แจ้ง
นอกจากนี้ มีการตรวจสอบข้อมูลทางการสืบสวนพบว่า สัญญาณโทรศัพท์ที่ใช้มีการเคลื่อนตัวไปทางจังหวัดสระบุรี จึงได้วิทยุสกัดเป็นระยะ กระทั่งทราบจากภรรยาผู้ต้องหาว่า ผู้ต้องหาอยู่แถวอำเภอพล ก่อนจะไปมอบตัวที่ สภ.สีดา ตอนประมาณตี 5
จากการสืบสวนพบว่า มีรถสีแดงมาจอดรอรับทั้งคู่ ซึ่งเป็นรถคันเดียวกับที่เอาของใช้มาให้ตอนเที่ยงคืนกว่า ซึ่งตอนนี้ตำรวจทราบตัวบุคคลนี้ว่า เป็นชายอายุ 27 ปี ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ยอมรับว่า ชายรายนี้เป็นบุคคลที่ช่วยเหลือหลบหนีไป ซึ่งก็จะมีการออกหมายจับต่อไป
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วางแผนที่จะหลบหนี ซึ่งจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องคือ คนที่มารับ และยังต้องตรวจสอบต่อไปว่า มีผู้เกี่ยวข้อง หรือมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
ส่วนผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีแยกไป คดียาเสพติดส่ง บช.ปส. ส่วนคดีหลบหนี ก็จะแจ้งข้อหาหลบหนีระหว่างคุมขัง ซึ่งจะดำเนินคดีคู่ขนานกันไป ส่วนชายที่ให้ความช่วยเหลือหลบหนี โดยขับรถมารับที่หน้าโรงพัก อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับ ซึ่งขณะนี้ตำรวจรู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามตัว