พล.ต.ท.ธิติ กล่าวต่อว่า ผู้เสียชีวิต เป็นคนเชื้อสายเวียดนามทั้งหมด แต่มีสัญชาติอเมริกาอยู่ในนั้น 2 ราย โดยห้องพักชั้น 7 เปิดเช็คอินวันที่ 13 ก.ค. แต่ห้องพักชั้น 5 เปิดเช็คอินวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งทั้งหมดจะเช็คเอาท์ในวันที่ 15 ก.ค. ทั้งหมด
โดยอาหารที่พบในห้องเป็นอาหารไทย และยังไม่มีการรับประทาน ซึ่งเราจะเก็บสิ่งของทุกชิ้นภายในห้องไปตรวจสอบ พร้อมระบุอีกว่า เครื่องดื่มภายในแก้วถูกดื่มทั้งหมด และจากการตรวจสอบในห้องน้ำ พบกระปุกชาที่ถูกซื้อมา ลักษณะคล้ายชาอู่หลง พร้อมน้ำเกลือแร่ 1 ขวด น้ำเปล่า 1 ขวด และทั้งสามชิ้นถูกเปิดใช้แล้ว โดยฝ่ายตรวจพิสูจน์หลักฐาน จะมีการพิสูจน์อีกครั้ง เพราะเสียชีวิตเกิน 24 ชั่วโมง โดยลักษณะสภาพผู้เสียชีวิตไม่มีบาดแผล มีรายเดียวที่มีบาดแผลบนใบหน้า สันนิษฐานว่าน่าจะล้มฟาดโดนวัสดุแข็ง ไม่ใช่ถูกทำร้าย
เมื่อถามว่า ภายใน 24 ชั่วโมงมีใครเข้าออกในพื้นที่เกิดเหตุหรือไม่ พล.ต.ท.ธิติ ระบุว่า ตอนนี้กำลังไล่ดู ตั้งแต่ลงเครื่องบิน กำลังดำเนินการอยู่แต่ในระยะเวลาที่ทราบมา 2-3 ชั่วโมง พยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบริเวณนี้ก่อน แล้วจะทำไทม์ไลน์ทั้งหมดนำมาสรุปอีกครั้ง และต้องไปคุยกันต่อเกี่ยวกับการตรวจกระเป๋าที่ สน.ลุมพินี และรายละเอียดทั้งหมด ผบ.สพฐ. จะเป็นคนดูแล เพราะเราจำกัดพื้นที่ทั้งหมดในการเข้าที่เกิดเหตุ ตรวจสอบรอยนิ้วมือ รอยเลือด บนพื้นห้องทั้งหมด และเรียกพิษวิทยาเข้ามาตรวจสอบด้วย
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวอีกว่า ยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้งหรือไม่ ต้องรอดูข้อมูลจาก สตม. ซึ่งตอนนี้ตรวจสอบเพียงแค่ว่า เดินทางเข้ามาประเทศไทยจริงหรือไม่
พล.ต.ท.ธิติ ระบุว่า เราไม่ได้ตั้งประเด็นว่าเขาถูกวางยา แต่มีบุคคลคนหนึ่งประสงค์บุคคลคนหนึ่ง ประสงค์ที่จะประสงค์ชีวิตร่างกาย แต่ใช้วิธีการใดนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นคนบอก พร้อมด้วยพยานหลักฐานมาเชื่อมโยงกัน หากสอดคล้องกันก็จะตอบได้ว่า เกิดจากสาเหตุอะไร และยืนยันว่าไม่มีการประทุษร้าย จากการตรวจสอบมีบุคคลหนึ่งพยายามเข้ามาที่ประตู แต่มาไม่ถึง เพราะล้มอยู่หน้าประตู 2 ราย เป็นเพศชาย 1 ราย และเป็นเพศหญิง 1 ราย
ส่วนการเปิดประตู เดี๋ยวจะมีการสอบปากคำแม่บ้านอีกครั้ง โดยโซนชั้น 5 เป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งจะมีห้องที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ และก็มีความเป็นไปได้ที่จะใช้เส้นทางนี้ในการหลบหนี แต่ต้องดูต่อว่า ทางที่จะเดินมายังลิฟท์มีกี่ทาง โดยมีทางเดียว มิเช่นนั้นต้องกระโดดลงมา
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า ตอนนี้เรากำลังตามหาบุคคลที่ 7 เพราะตัวเลขไม่ตรงกันกับที่เช็กอินไว้ ดังนั้นถ้ามาด้วยกันก็ต้องมีข้อมูลในการเดินทางเข้าประเทศ ที่นั่ง สายการบิน ต้องดูว่าเดินทางเข้ามาจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เรายังไม่ตัดประเด็น ต้องมีคำตอบนี้ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากไม่มี ไม่มีเพราะอะไร และขณะนี้ให้ทางสถานทูตตรวจสอบว่าทำอาชีพอะไรและมีจุดประสงค์อะไรในการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย พร้อมสอบปากคำพนักงานที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารว่าเห็นความผิดปกติไม่
พล.ต.ท.ธิติ ระบุว่า ในที่เกิดเหตุมีวัตถุต้องสงสัยสองชิ้น เป็นวัตถุสแตนเลสสองขวด ซึ่งไม่ใช่วัตถุของทางโรงแรม แต่ปรากฏอยู่ในห้อง โดยยังไม่ได้ตรวจสอบเครื่องดื่มด้านใน และจากรูปถ่าย เล็บมือเล็บเท้าของผู้เสียชีวิต มีลักษณะดำคล้ำ แต่อาจเกิดจากสาเหตุการเสียชีวิตมาประมาณ 24 ชั่วโมง โดยการชันสูตรพลิกศพครั้งนี้ส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมยืนยันย้ำว่า
“เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสถานที่ปิด ไม่ใช่สถานที่เปิด นายกรัฐมนตรีฝากทำความเข้าใจว่า เป็นเรื่องภายในไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว”
และจากการตรวจร่องรอยนิ้วมือนิ้วเท้า ยังไม่มีบุคคลภายนอก คาดว่าจะเป็นการกระทำกันภายใน ส่วนจะกระเป็นบุคคลภายในหรือบุคคลนอก อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า มีใครติดต่อกับผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 13 -14 ก.ค. หรือไม่ ตอนนี้ต้องขอสอบปากคำแม่บ้านก่อน หากมีข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาก็ส่งมาได้
ทั้งนี้ ยังได้เรียกไกด์ ที่มารอรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มาสอบปากคำด้วย แต่ไกด์ดังกล่าวไม่ตรงกับภาพที่เป็นไกด์ก่อนหน้านี้ จึงต้องพิสูจน์ทราบก่อนว่ามี ไกด์ทั้งหมดกี่คน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “ถ้าคนจะมาเที่ยว จะมาวันเดียวหรือไม่ แล้วการมาวันเดียว เป็นเหมือนการนัดพบญาติหรือไม่ หรือมาทำธุรกิจอะไรหรือไม่ เพราะพบข้อมูลว่า 2 ใน 6 คน มีนามสกุลเดียวกัน สันนิษฐานความสัมพันธ์ของทั้ง 6 คน คล้ายเป็นเครือญาติกัน อยู่ระหว่างการตรวจถิ่นที่อยู่อาศัย และประวัติส่วนตัวทั้งหมด”
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ต้องตรวจสอบทุกอย่างที่อยู่ในห้องว่า มีสารใดบ้าง และต้องตรวจสอบว่า เกิดจากพิษหรือไม่ ตอนนี้สิ่งที่ยืนยันได้คือ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีการรื้อค้นทรัพย์สิน อาหารบนโต๊ะก็วางอยู่ มีแกะแค่บางจาน ไม่มีการดิ้นทุรนทุราย จานไม่ได้ตกแตกใด ๆ แก้วกาแฟทุกแก้ว มีร่องรอยการดื่มทั้ง 6 แก้ว ส่วนผู้กระทำจะอยู่ใน 6 คนหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ อยู่ที่วัตถุพยานที่ทำการเก็บไปตรวจพิสูจน์ แต่ทาง พฐ.จะจัดทำแผนที่เกิดเหตุโดยละเอียดแล้ว แล้วจะส่งมอบให้ฝ่ายสืบสวนด้วย
ทั้งนี้ในเวลา 23.40 น. เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ออกจากโรงแรม ส่งไปยังนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพโดยละเอียดแล้ว
"อนุทิน" ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปสาเหตุการเสียชีวิต ให้รอผลชันสูตร และการสรุปจากทางตำรวจ
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่เกิดเหตุว่า ได้รับฟังสรุปจาก ผบช.น. แต่ยังไม่มีผลสรุปอย่างเป็นทางการ ก็ต้องรอทางตำรวจแถลงอย่างเป็นทางการ
เมื่อถามว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านก็เป็นห่วง และท่านได้มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเรื่องของการชันสูตรพลิกศพ หรือการเก็บพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ก็ต้องรอตามขั้นตอน เพราะเหตุเพิ่งเกิด และเพื่อให้ทำทุกอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีรายละเอียด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่ถือว่าสะเทือนขวัญ จึงจะต้องรอให้ข้อมูลนั้นนิ่งก่อน
เมื่อถามว่า จะมีการกำชับอะไรในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องกำชับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมใด ๆ ไม่ใช่เรื่องการทะเลาะวิวาท หรือการฆาตกรรมด้วยสาเหตุที่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด หากสรุปสั้น ๆ ก็คือ “ณ วินาทีนี้ ดูเหมือนเป็นการทำร้ายตัวเอง แต่ก่อนที่จะไปพูดอะไรก็ ให้ตำรวจใช้ขั้นตอนการพิสูจน์หลักฐาน และรอการแถลงดีกว่า”
ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า เรื่องนี้ประเทศไทยไม่ได้มีอะไรเสียหาย ผู้เสียชีวิตก็เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา และไม่ได้ถูกคนไทยทำร้าย เราต้องแยกแยะ อย่าไปด่วนสรุปแบบนั้น ประเทศเรากำลังมาดี ๆ นักท่องเที่ยวกำลังเข้ามาในประเทศ กำลังสร้างรายได้ให้กับเราอย่างมหาศาล จึงขออย่าพึ่งไปด่วนสรุป
“ผู้เสียชีวิตก็เป็นคนแวดวงเดียวกัน มาด้วยกัน อยู่ในห้องเดียวกัน ซึ่งดูแล้วเบื้องต้นก็ไม่มีใครเข้าไปลอบทำร้าย หรือใช้อาวุธใด ๆ เขาคงมี Mission ของเขาอะไรบางอย่าง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องรอการพิสูจน์" นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าการมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพร้อมกันหลายคน และเกิดการเสียชีวิตถือว่าเป็นความผิดปกติอะไรหรือไม่ นายอนุทิน ย้ำว่า ก็ต้องรอ เพราะตอนนี้เราทราบแล้วว่า กลุ่มดังกล่าวมีการเดินทางเข้ามาในประเทศหลายครั้ง การเดินทางเข้าประเทศไทยก็ปกติทุกอย่าง เราก็ต้องดูสถานที่เกิดเหตุ และหน่วยพิสูจน์หลักฐานก็จะดูพื้นที่อย่างละเอียด โดยเชื่อว่า พรุ่งนี้เมื่อร่างถูกส่งไปชันสูตรแล้ว ความจริงหลายอย่างก็จะเริ่มปรากฏออกมา และตำรวจก็จะเป็นผู้แถลง
ทั้งนี้ รายละเอียดอื่นๆ ยังไม่ทราบ ซึ่งตนเองอยู่ในพื้นที่พอดี จึงเดินทางมาตรวจสอบว่า มีอะไรที่จะกระทบเรื่องการท่องเที่ยว หรือมีขบวนการก่อการร้ายหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นไม่ใช่ ก็ถือว่ายังไม่มีอะไรที่คนปกติทั่วไป หรือประชาชนจะต้องตื่นตระหนก เพราะเหตุการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมทุกอย่าง