ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาห้การอ้างว่าเพื่อนเอาชื่อไปจดทะเบียนบริษัททัวร์ ต่อมา หุ้นส่วนของบริษัทคิดสั้นจบชีวิตที่หน้าบ้านเป็นข่าวดังที่ภูเก็ต จึงทำให้ธุรกิจรวน ไม่สามารถนำทัวร์ไปตามที่ลูกค้าจ่ายได้ แล้วก็ไม่ สามารถคืนเงินลูกค้าได้ จึงหลบหนี โดยปัจจุบันผู้ต้องหาทำงานเฝ้าห้องพักรายเดือน
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าจากการตรวจสอบ บริษัททัวร์ดังกล่าว มีการจดทะเบียนถูกต้อง ส่วนกรณีข้อหาฉ้อโกงฯ ก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินคดี และหากประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจให้รีบทำการอายัดตัวผู้ต้องหา ฝากถึงประชาชน ที่พบบริษัททัวร์ หรือการโฆษณาขายทัวร์ในลักษณะที่ต้องสงสัยก็ขอให้แจ้งตำรวจเพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนประชาชนรายอื่นไม่ให้ถูกหลอกด้วย
ผู้ที่จะไปท่องเที่ยว ควรศึกษาให้ดี ว่าบริษัทที่จะไปมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ปัจจุบัน มิจฉาชีพ และอาชญากรรมออนไลน์ มีความรุนแรง และมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญขณะนี้ คือ การสร้างการรับรู้ ถึงรูปแบบวิธีการ และ การป้องกันตัวเองของประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ