พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อได้ทราบถึงเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ ให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ให้ได้โดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย
ต่อมา สารวัตรพิทักษ์ นักสืบวัย 59 ปี จึงได้พาทีมสืบออกสืบสวนหาข่าว ถึงผู้ต้องหารายนี้ ที่หลบหนีเก็บตัวเงียบ จนทราบพบว่าผู้ต้องหามีการเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ปลายทางลงสนามบิน”Istanbul Airport“ จากนั้นไม่เคยมีข้อมูลในฐานระบบว่าบินเข้าน่านฟ้าไทยหรือผ่านเส้นทางอื่นๆในระบบเพื่อเข้าไทยโดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ด้วยวันดังกล่าวที่ผู้ต้องหาเดินทางขาออกในวันดังกล่าว ยังไม่มีการออกหมายจับในฐานระบบ ทำให้ผู้ต้องหาเดินทางได้อย่างราบรื่น
ทั้งนี้ทำให้การทำงานสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมค่อนข้างเป็นไปด้วยความยากลำบากในการหาเส้นทางในการหลบหนีของผู้ต้องหาที่ไม่มีข้อมูลในทางราชการเพื่อให้ง่ายต่อการสืบสวนหาตัว ซึ่งระหว่างการประชุมการทำงานกัน ตลอดระยะเวลา 21 วัน ในการพิสูจน์ทราบตัวตนผู้ต้องหาบนสื่อโซเชียล ตลอดจนแหล่งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และตามเส้นทางที่น่าจะสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ต้องหา
ชุดจับกุมก็ไม่ย่อท้อต่อการหาตัวผู้ต้องหารายดังกล่าว จนสืบทราบในชั้นสืบสวนว่ามีผู้ต้องสงสัยที่มีอัตลักษณ์ใกล้เคียงกับผู้ต้องหา พักอาศัยอยู่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน ชุดจับกุมจึงวางกำลังเฝ้าติดตาม12ชั่วโมง ให้ชัดเจนสิ้นสงสัย