svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

จับเครือข่ายปลอม SMS การไฟฟ้า ส่งลิงก์ดูดเงินหลอกสแกนหน้า เหยื่อสูญกว่า 3 ล้าน

09 พฤษภาคม 2567
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

ตำรวจไซเบอร์ จับเครือข่ายปลอม SMS การไฟฟ้า ส่งลิงก์หลอกสแกนหน้า ดูดเงินเหยื่อสูญกว่า 3 ล้าน

9 พฤษภาคม 2567 ชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 จับกุม น.ส.นฤมล อายุ 20 ปี และ นายปกรณ์ อายุ 26 ปี สองผู้ต้องหาเครือข่ายปลอม SMS การไฟฟ้า ส่งลิงก์ดูดเงินเหยื่อ ได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 09.30 น. ผู้เสียหายเป็นหญิงรายหนึ่ง อายุ 40 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ได้เดินทางไปติดต่อราชการที่สำนักงานการไฟฟ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านพัก ผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS มีเนื้อหาว่า

"คุณได้รับเงินคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ www.pea.pears.th.com" ผู้เสียหายคิดว่าเป็นข้อความจากการไฟฟ้าจริงเนื่องจากเพิ่งติดต่อกับการไฟฟ้า ณ ที่ทำการมา จึงหลงเชื่อและกดลิงก์ที่แนบมากับ SMS เพื่อเข้าไปในระบบ

จับเครือข่ายปลอม SMS การไฟฟ้า ส่งลิงก์ดูดเงินหลอกสแกนหน้า เหยื่อสูญกว่า 3 ล้าน

จากนั้นผู้เสียหายได้ทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ โดยกรอกชื่อ นามสกุล และเลขบัญชีธนาคารของตนเอง ต่อมาระบบแนะนำให้กรอกรหัส OTP ตามที่ถูกส่งเข้ามายังข้อความในโทรศัพท์ของผู้เสียหายแล้วให้ผู้เสียหายสแกนใบหน้าโดยหันซ้าย หันขวา และอ้าปาก เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนแล้ว ระบบแจ้งว่าผู้เสียหายสามารถไปรับเงินประกันค่ามิเตอร์คืนได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าจังหวัดสุรินทร์

ทันใดนั้นผู้เสียหายสังเกตเห็นข้อความ SMS จากแอปธนาคารของตนเองว่ามีเงินถูกโอนออกจากบัญชี จำนวน 3,205,084 บาท ผู้เสียหายตกใจจึงได้ลองโทรไปสอบถามธนาคารของตน จึงทราบว่าได้มีเงินถูกโอนออกจากบัญชีผู้เสียหายจริง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเวลาต่อมา

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 จัดเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนกรณีดังกล่าว โดย ว่าที่ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่พร้อมเรียกประชุมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้หลายราย และนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงเป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้สินอื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด

ร่วมกันทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนอันเป็นเท็จ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

logoline