นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดได้มอบหมายให้ นายอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้เข้าไปดำเนินการติดตาม เพื่อบรรเทาเยียวยาให้ผู้เสียหายในเบื้องต้น และได้ติดตามกับตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม เข้ามาดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ส่วนกรณีที่มีฝ่ายปกครองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนได้สอบถามไปยังนายอำเภอเมืองสมุทรสงคราม พบว่าลักษณะการใช้อิทธิพลข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล หลังจากการตรวจค้น พบมีอาวุธปืนจำนวนมาก
ดังนั้น กรณีที่ผู้ก่อเหตุมีผู้ใหญ่บ้าน และสารวัตรกำนัน เข้าไปเกี่ยวข้อง ตนได้มอบหมายให้นายอำเภอเมืองสมุทรสงครามตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบว่าเป็นผู้มีอิทธิพล จะดำเนินการทางด้านวินัยตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป . ขั้นตอนแรก ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลออกมาหากมีความผิดจริง ตนจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบออกมาเอง
ส่วนกรณี สจ. ตนจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีมูลความผิด จะเสนอไปยังประธาน สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรสงคราม เพื่อดำเนินการทางวินัย อย่างไรก็ตามหากคำพิพากษาตัดสินลงโทษถึงที่สุดออกมาว่าผิดจริง ก็จะขาดคุณสมบัติการเป็น สจ.ทันที
พล.ต.ต.สมภพ กล่าวว่า เบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน รับสารภาพว่าได้ร่วมกันทำร้ายและข่มขู่ผู้เสียหายจริง โดยใช้ ปืนของกลางลำดับที่ 1 ขนาด 11 มม. ยี่ห้อ โคล์ล ในการก่อเหตุ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขู่ และร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งทางจังหวัด และตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการตามข้อกฎหมาย และจัดการไม่ให้เกิดเหตการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติอีก 2 ราย คือ นายธีรพงษ์ ศรีกำเนิด สจ.เขต 11 อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และนายดำรงค์ ศรีกำเนิด ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ลาดใหญ่
อย่างไรก็ตามขณะที่ผู้ว่าฯ และ ผู้การฯ สมุทรสงคราม กำลังเดินทางกลับ นายธีรพงศ์ ได้เดินมาขอความเป็นธรรม โดยระบุว่า ตนทำหน้าที่ดูแลประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด เป็นผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่อายุ 27 ปี ในอดีตสื่อร้องเรียนมันน้อย ที่ตนไปกระทืบหรือทำร้ายร่างกาย เพราะปัญหายาบ้าระบาดในพื้นที่ทั้งขายและเสพ ถ้าผมจะร้องเรียนเจ้าหน้าที่ก็ทำอะไรยากและล่าช้า ตนจึงเลือกวิธีปกครองดูแลลูกหลานแบบนี้
ตนตั้งคำถามถึงท่านผู้ว่าฯ ท่านผู้การฯ ว่าจะเอายาบ้าไว้ หรือ พวกผมที่กวดล้างยาบ้ายาเสพติดไว้ มาตรการกวดล้างของผมเร็ว แต่อาจจรุนแรง และโดนร้องเรียน และขอให้กองปราบฯ ตรวจปัสสาวะผู้ที่ไปร้องเรียนเมื่อวานนี้
นายธีรพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนทำงานมีเหตุและผล แต่ตนไม่ค่อยชอบออกสื่อ ชอบทำงานเบื้องหลัง ตนทำงานการเมืองมากว่า 20 ปี แม้ปัจจุบันเป็น สจ.มาดูแลงบประมาณและความเจริญ แต่ก็ลงไปช่วยงานฝ่ายปกครอง ดูแลกวดล้างยาเสพติด ไม่อยากให้มีคนคลั่งยาที่ไปกระทืบแม่ตาย แบบที่เป็นข่าวรายวัน
ผมทำงานชัดเจนและไวกว่าเจ้าหน้าที่ แต่แลกด้วยคดีที่ได้มา ขอฝากให้ผู้ใหญ่ช่วยพิจารณา และขอให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ร้องเรียนด้วยว่าเป็นอย่างไร ในพื้นที่เขารู้ดี แต่ไม่มีใครกล้าพูด