svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

สำรวจความเห็นตำรวจมดงาน คิดเห็นอย่างไร? สตช. เตรียมจัดซื้อ จยย.สายตรวจรุ่นใหม่

"Nation STORY" สำรวจความเห็นตำรวจมดงาน "เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย" สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เตรียมซื้อจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นใหม่ ลดขนาดเครื่องยนต์ เพื่อประหยัดน้ำมัน ขับขี่สะดวกขึ้น และทดแทนรุ่นเก่าที่อายุการใช้งานเกิน 7 ปี

หลังจากที่ "Nation STORY" ได้รายงานข่าวกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมจัดซื้อรถจักรยานยนต์งานสายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ ในสถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 14,442 คัน งบประมาณ 1,884,007,040.00 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบสี่ล้านเจ็ดพันสี่สิบบาทถ้วน) โดยเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 มีการกำหนดราคากลาง รถ จยย. สายตรวจ 1 คัน พร้อมอุปกรณ์ ราคาคันละ 130,453.33 บาท

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุความเป็นมาของการจัดซื้อว่า ปัจจุบันรถจักรยานยนต์งานสายตรวจดังกล่าว มีอายุการใช้งานเกินกว่า 7 ปี ตามอายุการใช้งานรถจักรยานยนต์ที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้ และส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม ไม่อยู่ในสภาพความพร้อมที่จะนำมาใช้ในการปฏิบัติงานสายตรวจตลอด 24 ชั่วโมง

รวมไปถึงรถจักรยานยนต์สายตรวจคันเดิม มีขนาดเครื่องยนต์ 286 ซีซี ซึ่งมีขนาดใหญ่และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารถจักรยานยนต์ขนาดทั่วไปที่นิยมใช้ทั่วไปในท้องตลาด คือ เครื่องยนต์ ขนาด 150-160 ซีซี ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตรถจักรยานยนต์ได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้มีขนาดเล็กลง มีกำลังและสมรรถะสูงขึ้นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ขับขี่ได้สะดวกมากขึ้น สามารถรองรับผู้ขับขี่และผู้นั่งซ้อนท้ายของการปฏิบัติงานสายตรวจได้

ผู้สื่อข่าวสืบค้นข้อมูลพบว่า ปัจจุบันจักรยานยนต์สายตรวจเป็นยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CBR300R กระบอกสูบ 286 ซีซี ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ เหล็กกันล้มและหมวกนิรภัย 2 ใบ มีการจัดซื้อจัดจ้างมา จำนวน 14,442 คัน วงเงินกว่า 1.7 พันล้านบาท ใช้งบประมาณผูกพันข้ามปี 2557-2559 และมีการส่งมอบให้กับสถานีตำรวจต่างๆ ทั่วประเทศช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2558

จากประเด็นเหตุผลความจำเป็นการจัดซื้อเพื่อทดแทนรุ่นเก่าที่สิ้นเปลืองน้ำมัน เพราะขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ และความไม่คล่องตัวในการใช้งาน "Nation STORY" จึงทำการสำรวจความคิดเห็นตำรวจผู้ปฏิบัติ และใช้งานจริงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CBR300R ว่าคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

สำรวจความเห็นตำรวจมดงาน คิดเห็นอย่างไร? สตช. เตรียมจัดซื้อ จยย.สายตรวจรุ่นใหม่

เห็นด้วยลดขนาดเครื่องยนต์ เพราะใช้งานในเมืองไม่คล่องตัว

ตำรวจชั้นประทวนรายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ บอกกับเราว่า เรื่องการใช้งาน รุ่น CBR300R ใช้ได้ปกติ หากใช้ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยคล่องตัว เพราะรถติด ถ้าเป็นต่างจังหวัดถนนโล่ง จะคล่องตัวกว่า แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องการขึ้น-ลง ของคนซ้อนท้าย ค่อนข้างลำบาก เพราะรถด้านหลังสูง เบาะเล็ก

และเมื่อสายตรวจเบิกรถมาใช้ ต้องควักเงินจ่ายค่าซ่อมบำรุงเองทั้งหมด ทั้งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนยาง รวมไปถึงค่าน้ำมันก็ไม่เพียงพอสำหรับการออกตรวจทั้งเดือน ต้องเอาเงินส่วนตัวมาจ่ายค่าน้ำมันเอง หากโรงพักไหนดีหน่อย โรงพักไหนดีหน่อยจะมีโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี มีช่างมาเปลี่ยนให้ โดยหัวหน้าสถานีเป็นคนออกค่าใช้จ่าย

เห็นด้วยกับการเปลี่ยนยี่ห้อและลดขนาดเครื่องยนต์ลงมาเป็น 150-160 ซีซี เพราะการใช้งานในเมืองจะคล่องตัวมากกว่ารุ่นเดิม ที่ต้องยอมรับว่าเครื่องแรงจริง แต่การใช้งานในเมืองค่อนข้างลำบาก เมื่อวานมีรุ่นน้องเห็นข่าวก็บอกว่า รอเบิกคันใหม่เลยดีกว่า เพราะคันเก่าก็จะพังแล้ว 

รุ่นเก่าขี่ยาก ไปถึงที่เกิดเหตุช้า เชื่อประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นเดิม

ด้าน "พ.ต.อ." หัวหน้าสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด มองว่าจะเปลี่ยนรุ่นใหม่ยังไงรถก็ต้องใช้น้ำมัน แต่เคยมีลูกน้องมาบ่นว่า รุ่น CBR300R มันขนาดใหญ่ ในกรุงเทพฯ รถติด เวลาไประงับเหตุช่วงเวลาเร่งด่วนกว่าจะไปถึงที่เกิดเหตุ เพราะมันขี่ยาก แต่ถ้าในต่างจังหวัดใช้รุ่นนี้ถือว่าเหมาะสม เพราะพื้นที่มันกว้าง การขับขี่รถคันใหญ่จะดีกว่า

เห็นด้วยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะจัดซื้อรุ่นใหม่แทนรุ่นเก่าที่อายุการใช้งานเกิน 7 ปี และลดขนาดเครื่องยนต์ลง เพราะขี่ง่ายกว่า รุ่นเก่าขี่ยาก บางครั้งตำรวจตัวเล็กๆ แต่ต้องมาขี่รถคันใหญ่ และเชื่อว่าน่าจะประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารุ่นเดิม เพราะตอนนี้งบค่าน้ำมันที่ได้จัดสรรมาเพียง 500 บาท ต่อคัน/ต่อเดือน ส่วนกรณีที่เป็นรถซื้อเอง (รถตราโล่) ไม่ใช่รถเช่า ก็จะต้องรับภาระหาเงินมาทำ พ.ร.บ. ทำประกันเอง ไม่รู้จะไปเบิกงบที่ไหน

สำรวจความเห็นตำรวจมดงาน คิดเห็นอย่างไร? สตช. เตรียมจัดซื้อ จยย.สายตรวจรุ่นใหม่

ไม่ควรลดขนาดเครื่องยนต์ อยากให้เพิ่มงบซ่อมบำรุง

อีกคนเป็นหัวหน้างานฝ่ายป้องกันและปราบปราม รับผิดชอบภาพรวมงานสายตรวจโรงพักแห่งหนึ่ง บอกว่า รถรุ่น CBR300R ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันค่อนข้างเหมาะสม เพราะตอนนี้รถ จยย. ที่คนร้ายใช้หลบหนีตำรวจ สภาพแต่งมา ค่อนข้างแรง หากขับ CBR ไล่ตามมันทันอยู่แล้ว แต่ถ้าลดขนาดเครื่องยนต์ลง มันขับไม่ทันโจร เราเป็นตำรวจ ต้องมีเขี้ยวเล็บ รถคันใหญ่มันต้องเปลืองน้ำมันอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่เปลี่ยนเป็นการหาน้ำมันมาเพิ่ม

"แทนที่คุณจะไปลดขนาดเครื่องยนต์ลง เปลี่ยนสเปครถ ทำไมไม่เพิ่มสวัสดิการ ตอนนี้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา มันไม่เคยมีอยู่แล้ว" ค่าเปลี่ยนโซ่ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนยางหน้า-หลัง แต่ละครั้ง 3-4 พันบาท ทั้งหมดมันไม่เคยเบิกได้เลย บางโรงพักงบน้อย ต้องควักเงินตัวเองมาจ่าย

"ผมอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านจากไทเกอร์มาเป็นCBR ตอนแรกก็มองว่ามันใหญ่ พอใช้ไปใช้มามันก็พอดี มันเหมาะ และคล่องตัว และเห็นด้วยกับการซื้อรถใหม่ เพราะของเดิมอายุการใช้งานหลายปี แต่คุณต้องให้ค่าบำรุงรักษามาด้วย ทำเป็นงบผูกพันมาให้ด้วยเลย"

ตอนสั่งซื้อ CBR จัดสรรมาให้แต่ละโรงพัก บังคับทุกคนเบิกมาใช้ พอใช้ไปสักพักถึงเวลาซ่อมบำรุงรักษาไม่มีเงิน ก็จอดทิ้ง รถก็พัง ถ้าให้ทั้งรถและค่าซ่อมบำรุงมา ใครๆ ก็อยากใช้ ยังไม่รวมค่าน้ำมันที่จัดสรรให้ไม่พอสำหรับออกตรวจ แต่กลับมาบอกว่าเปลืองน้ำมัน ทั้งๆ ที่มันไม่พออยู่แล้ว ยิ่งโรงพักไหนพื้นที่ใหญ่ จะขับยังไงให้น้ำมันพอสำหรับออกตรวจทั้งเดือน