พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวยืนยันว่า การที่ตนเอง และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมถึงตำรวจอีก 3 คน ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เพราะสำนวนอยู่ในชั้นของ ป.ป.ช. และการถูกตั้งข้อหาครั้งนี้ ในเอกสารของ ป.ป.ช. ที่รับเรื่อง ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า การถูกส่งเรื่องมาที่ ป.ป.ช. ยังไม่ถือว่ามีความผิด จนกว่าจะมีการไต่สวนและชี้มูล
ขณะเดียวกัน ส่วนตัวขอตั้งคำถามไปถึงคณะพนักงานสอบสวนว่า ในการกล่าวหาข้อหาฟอกเงิน ผู้ที่รับเงินจะต้องรู้ว่าเงินที่รับมา เป็นเงินที่ได้มาจากความผิดมูลฐาน เป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ไม่ใช่มาบอกแค่ว่ามีเงินจากบัญชีม้าเข้าบัญชีตนเอง แล้วตนเองมีความผิด ถ้าเป็นแบบนี้ ร้านค้าทั่วไปที่รับเงินจากบัญชีต่างๆ ก็เจ๊งกันหมด และในการกล่าวหา พนักงานสอบสวนต้องเป็นผู้พิสูจน์ให้ตนเห็นว่าผิดอย่างไร ไม่ใช่ตั้งข้อหาขึ้นมาแล้วให้ตนเองไปพิสูจน์เอง
"เมื่อวานนี้ผมได้ไปยื่นเรื่องผ่านสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบเรื่องนี้เช่นกัน โดยตอนนี้ยังร้องให้ตรวจสอบแค่คณะพนักงานสอบสวนอยู่ ส่วนตำรวจระดับสูงกว่านี้ ยังไม่มีข้อมูล แต่ถ้าต่อไปพบข้อมูลว่ามีส่วนทำให้เสียหาย ก็จะดำเนินการด้วย และย้ำว่า หลังจากนี้จะไปปรึกษาทนายในการร่างคำฟ้อง เพื่อฟ้องกลับคณะพนักงานสอบสวนชุดทำคดีด้วย" พล.ต.ต.ไพโรจน์ ระบุ
อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว 1 ใน 8 ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเข้ายื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบพนักงานสอบสวน ที่มีการโทรมาให้กลับคำให้การว่าเข้าข่ายผิด มาตรา 157 หรือไม่นั้น ซึ่งจะเดินทางมาในช่วงบ่ายสามวันนี้
ลูกน้อง "บิ๊กโจ๊ก" ร้อง ป.ป.ช. สอบนายตำรวจ หลังโทรมาเจรจาให้กลับคำให้การคดีเว็บพนันมินนี่
ต่อมา เวลา 15.25 น. ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว 1 ใน 8 ผู้ถูกกล่าวหา พัวพันคดีเว็บพนันมินนี่ ซึ่งเป็นลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาพร้อมกับทนายความ และพล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจีรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน เพื่อมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและดำเอาผิด นายตำรวจยศ พ.ต.อ. ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดีมินนี่ หลังจากมีพฤติกรรม ทรศัพท์มากล่อมให้เปลี่ยนคำให้การ โดยขอให้มีการดำเนินการตามมาตรา 157 และมาตรา 200
โดย ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ระบุว่า วันนี้ได้มายื่นหนังสือคำร้องพร้อมกับหลักฐานคลิปเสียงที่ตนเองบันทึกไว้ มี 2 คลิป เพื่อให้ ป.ป.ช.พิจารณา โดยยื่นเอาผิดแค่ นายตำรวจท่านเดียวที่โทรมาหาตนเอง ส่วนเรื่องคลิปเสียง นายตำรวจคนดังกล่าว โทรมาหาตนเองวันที่ 16 ก.พ. ที่จำได้เพราะไปหาหมอ โดยโทรมาหาทั้งหมด 3 ครั้ง แต่ตนเองบันทึกเสียงไว้ 2 ครั้ง
ครั้งแรกมีโทรมาหาตนเองก่อน 1 ครั้ง แต่ไม่ได้บันทึกเสียง โทรมาแล้วบอกตนเองว่า จะให้ตนเองไปให้การและจะกันไว้เป็นพยาน ตอนนั้น รู้สึกตกใจ เพราะกำลังหาหมออยู่ เลยบอกว่าเดี๋ยวโทรกลับ และพอรู้สึกตะหงิดใจ ครั้งต่อไปเลยบันทึกเสียงไว้ ซึ่งครั้งที่สองนายตำรวจเขาก็โทรกลับมาอีก แต่ตนเองรับสายไม่ทันเลยโทรกลับไป ตามที่ปรากฎมาในคลิปเสียง และ ครั้งสุดท้ายที่โทรมาที่บันทึกเสียงไว้ เขาจะให้ตนเองไปเลย แต่ตนเองปฏิเลยเพราะต้องไปหาหมอ
ส่วนน้ำเสียงที่พูดคุยเป็นการข่มขู่หรือไม่ เจ้าตัวบอกว่า ขอให้ข้อมูลเท่านี้ก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบหรือไม่ถึงร้องมาร้อง ป.ป.ช. ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ตอบว่า รู้สึกตะหงิดๆใจ ส่วนสงสัยหรือไม่ว่าทำไมต้องโทรหา ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ คนเดียว เจ้าตัวตอบว่า สงสัย อาจจะเป็นเพราะตนเองป่วย และหัวอ่อนหรือเปล่า
ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ตนเองป่วยจริงๆ หลังจากถูกกล่าวหา ก็ได้รับผลกระทบในชีวิตหลายอย่าง ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ และมองว่า เป็นการถูกกลั่นแกล้ง
"ยืนยันว่า ไม่รู้เรื่องเว็บพนัน ทำแต่งาน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวไม่มีเว็บพนันแน่นอน และนายก็ทำงานเพื่อชาติ ตนก็ทำเพื่อชาติ และสละชีวิตทำแต่งาน ตนไม่เกี่ยวและไม่มีใครเกี่ยวกับเว็บพนัน" ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ กล่าว
โดยตลอดการให้สัมภาษณ์ และรอยื่นหนังสือ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ขาจะสั่น และยืนนานๆไม่ได้ต้องยืนพิงกำแพงระหว่างรอในบางช่วง โดยเจ้าตัวบอกว่า ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ซึ่ง ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ บอกว่า ที่ตนเองป่วย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ก็เกิดจากการโดนกล่าวหาเรื่องนี้ เพราะความเครียด เมื่อมายเซ็ทแย่ ร่างกายก็แย่ตาม ครอบครัวก็เครียด ทั้งนี้ไม่ได้ถูกกดดันจากนาย เพราะนายเป็นเหมือนพ่อ นายดูแลครอบครัวตนเองมาตลอด และก็ดีกับตนเองมาก
เปิดคลิปเสียง หลักฐาน ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดนายตำรวจ ปมเจรจาให้ลูกน้องบิ๊กโจ๊กกลับคำให้การ
สำหรับเนื้อหาในคลิปเสียง ที่เป็นหลักฐานที่ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ นำมายื่นต่อ ป.ป.ช. มีทั้งหมด 2 คลิป คลิปแรกความยาว 4.01 นาที มีใจความการสนทนากันของ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ กับ บุคคลที่ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ เรียกว่า ช
เนื้อหาคือ ช บอกให้ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ไปให้การ แล้วจะกันเป็นพยาน โดยได้คุยกับคณะพนักงานสอบสวนว่า จะขอกัน ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ เป็นพยานได้ไหม เพราะจากการคุยกัน ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ น่าจะให้ความร่วมมือได้ดี เป็นคนจิตใจไม่ปกติ ดูมีความกังวล
ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ถามกลับว่า ผมทำคำให้การไปหมดแล้ว ถ้าไปให้การใหม่จะไม่เป็นอะไรหรอ
ช เลยอธิบายว่า คดีที่จะให้มาให้การเป็นพยาน มันคนละคดีกันกับคดีที่ สอท. โดยเป็นคดีที่ สน.เตาปูน ที่มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท. คนหนึ่ง ลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร. ฐานฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์วีนัสมาสเตอร์
พร้อมบอกว่าให้มาให้การตามข้อเท็จจริง ไม่ตกแต่ง ก็ไม่เป็นอะไร
ส่วนคลิปที่ 2 มีความยาว 4.30 นาที ใจความระบุว่า
ช ได้นัดหมายบอกว่า ให้ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ เข้ามาที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตอน 5 โมงเย็น ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ก็ปฏิเสธว่า ตนมีพบแพทย์ ตอนนี้ป่วยอยู่ มีอาการเครียด นอนกัดฟัน นอนกรน หยุดหายใจ ต้องพบจิตแพทย์
ช ก็บอกว่า พี่หวังดี ไม่มีอะไร ตอนนี้คณะพนักงานสอบสวนให้โอกาส ขอให้รีบตัดสินใจ ถ้าจะมาก็ใส่หมวกใส่แว่นตามา แล้วคณะพนักงานสอบสวนจะให้ความคุ้มครองตามกระบวนการ
ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ตอบอีกว่า ตอนนี้ผมกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ผมคิดเยอะ เป็นแพนิค
ช จึงบอกว่า แล้วแต่จะตัดสินใจ ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดี ไม่อย่างนั้นจะออกหมายเรียก แต่ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ ก็บอกว่า ขอบคุณที่ให้โอกาส แต่ขอปรึกษาภรรยาก่อน และวางสายไป