svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

"ภาคภูมิ พิศมัย" ยื่นหนังสือถึงนายกฯ สั่งให้ออกจากราชการ สู้คดีเว็บพนันมินนี่

"ภาคภูมิ พิศมัย" ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องขอความเป็นธรรม และสั่งให้ออกจากราชการ เพื่อต่อสู้คดีเว็บพนันมินนี่ แบบประชาชนคนหนึ่ง ยืนยัน ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ไปคุกคามใคร

20 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหา คดีเว็บพนันออนไลน์เครือข่าย "มินนี่" โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า "ขอต่อสู้แบบประชาชนคนหนึ่ง ที่มีสิทธิเรียกร้องขอความเป็นธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ไปคุกคามใคร ข้าราชการไม่มีใครอยากออกจากราชการ 32 ปี ในชีวิตตำรวจวันนี้ขอต่อสู้แบบมือเปล่า เพื่อส่วนรวมและองค์กรตำรวจไม่ต้องได้รับผลกระทบ หนังสือฉบับนี้ผมได้ยื่นตั้งแต่ 12 ก.พ. 2567 ไว้แล้วครับ"

สำหรับหนังสือขอลาออกจากราชการ เขียนที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องร้องขอความเป็นธรรม และสั่งให้ออกจากราชการ ส่งถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีใจความบางช่วงบางตอน ว่า

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย

กระผม พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 4 ซึ่งเป็น คณะทํางานชุดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และตามเหตุผลข้างต้น

หากมีการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงอีก ก็เกรงจะก่อให้เกิดความขัดแย้งตามที่เป็นข่าวอีก และอาจมีผลต่อการดําเนินการสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ข้าพเจ้าได้รับการกล่าวหา จึงมีความจําเป็นร้องขอความเป็นธรรมมายังท่านในฐานะประธานกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ อันเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสายงานตามระเบียบการปฏิบัติ ราชการ และมิได้มีส่วนได้เสียใดๆ

ทั้งนี้ เพื่อให้การดําเนินการในส่วนการพิจารณาข้อกล่าวหาใดต่อกระผมหรือบุคคลใด ที่อาจมีตามระเบียบราชการและส่งผลทางอาญา ต้องกระทําไปภายใต้ตามกฎหมายบัญญัติไว้โดยชอบ และหลักนิติธรรม

กล่าวคือ กระบวนการในชั้นสืบสวนสอบสวนต้องไม่มีการนําพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปั้นแต่งพยานหลักฐานใด ๆ เพื่อที่จะมุ่งหวังดําเนินคดีกับบุคคลใด และต้องไม่มีการมุ่งหวังประโยชน์อันมิชอบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะบุคคลที่มีอํานาจหน้าที่นั้นๆ จะต้องเป็นผู้ปราศจากข้อขัดแย้งในงานหรือโดยส่วนตัว หรืออาจมี ความมุ่งหวังใดแอบแฝง เพื่อมีผลให้ร้ายต่อบุคคลต่างๆ โดยขัดต่อหลักนิติธรรมๆ

กระผม เป็นข้าราชการผู้หนึ่งที่เชื่อว่า ตนได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และเสียประโยชน์ของกลุ่ม บุคคลบางกลุ่มที่จะถูกดําเนินคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายของกระผมเพื่อให้ไม่สามารถดําเนินการทางคดีต่อไปได้

ท้ายสุด กระผมถูกตั้งเรื่องดําเนินคดี ตามสํานวนคดีอาญาที่ 468/ 2566 ของสถานีตํารวจภูธรทุ่งมหาเมฆ และสํานวนคดีอาญาที่ 724/2566 ของกองบังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ซึ่งไม่อาจทราบได้ว่า เป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวหรือไม่ โดยกระผมพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และสิทธิหน้าที่ในฐานะผู้ต้องหาตามที่กฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้ และพึงได้รับการปฏิบัติจากเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องภายใต้หลักกฎหมาย และหลักนิติธรรม

กระผมขอความกรุณาให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดสั่งการให้กระผม "ออกจากราชการ" เพื่อที่กระผมจะได้ต่อสู้ เรียกร้องความเป็นธรรมในฐานะประชาชนธรรมดาที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายรัฐธรรมนูญในฐานะของประชาชนที่ต้องหาคดีและสามารถต่อสู้คดีเสมือนประชาชนทั่วไป เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นมีการบิดเบือน กล่าวอ้างว่า ใช้อํานาจในตําแหน่งหน้าที่โดยไม่สุจริตและเพื่อประโยชน์ในทางคดีของตน

ที่สําคัญเพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติเสียหาย ตลอดระยะเวลารับราชการกว่า 30 ปี กระผมตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถโดยตลอด รักและภูมิใจในอาชีพตํารวจ แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรและส่วนรวม รวมถึงจะได้ต่อสู้คดีไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยไม่ต้องถูกครหาหรือถูกนําไปเป็นเครื่องมือใช้ ทําลายชื่อเสียงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

กระผมขอยืนยันว่า กระผมยังเคารพในกระบวนการยุติธรรมของท่าน อัยการ ศาล ไม่มีเจตนาล่วงเกินหรือเจตนาทําให้บุคคลใดหรือองค์กรใดได้รับความเสียหาย หากแต่เชื่อว่า กระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ สามารถทําได้ตามกระบวนการของกฎหมายและย่อมต้องสามารถตรวจสอบความถูกต้องโปร่งใสได้ในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่จะใช้สิทธิปกป้องและต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมต่อไป