พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน กล่าวว่า ปัจจุบันดีเอสไอทำคดีเกี่ยวกับเนื้อสัตว์เถื่อนทั้งหมด 3 กลุ่ม แบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 ดำเนินการกับตู้คอนเทเนอร์ที่บรรจุชิ้นส่วนสุกรแช่แข็ง 161 ตู้ , กลุ่มที่ 2 ดำเนินการกับตู้คอนเทเนอร์ที่บรรจุชิ้นส่วนสุกรแช่แข็ง 2,388 ตู้ ที่ถูกจำหน่ายไปหมดแล้ว และกลุ่มที่ 3 ดำเนินการกับตู้คอนเทเนอร์ที่บรรจุชิ้นส่วนสัตว์นานาชนิด กว่า 10,000 ตู้
โดยในคดีพิเศษแรก คือ คดีพิเศษที่ 59/2566 หรือคดีหมูเถื่อน 161 ตู้ คณะพนักงานสอบสวนได้แยกออกเป็น 10 เลขคดี เพราะเป็นการกระทำที่ต่างกรรมต่างวาระ โดยมี 1 เลขคดีจากใน 10 คดีนี้ได้สรุปสำนวนนำส่ง ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว เพราะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2 หน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีก 2 คดีที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกันนั้น อยู่ระหว่างนำเสนอ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รรท.อธิบดีดีเอสไอ เพื่อสรุปสำนวนและนำส่งให้ ป.ป.ช. ต่อไป
ส่วนที่เหลืออีก 7 เลขคดี ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการขยายผลต่อเนื่องจาก 10 บริษัทชิปปิ้งเอกชน จึงพบแผนประทุษกรรม ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหาร จึงแยกออกเป็นอีก 2 คดีพิเศษ ได้แก่ คดีพิเศษที่ 126/2566 กรณีขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทสัตว์สัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฏหมาย และได้นำออกไปจำหน่ายตามท้องตลาดแล้ว จำนวน 2,388 ตู้ และคดีพิเศษที่ 127/2566 กรณีขบวนการนำเข้านำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำนวนกว่า 10,000 ตู้ หรือคดีเนื้อหมูเถื่อน เนื้อวัวเถื่อน และตีนไก่สวมสิทธิ์