ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากเป็นเรื่องเด็ก จึงเกี่ยวข้องกับงานตนเอง และเหตุผลที่ญาติเกิดจากความไม่มั่นใจ การทำงานของตำรวจ จึงมีการติดต่อมาที่ตนเองเมื่อวานนี้(15 ม.ค.)
ส่วนทำไมการรับสารภาพตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมดนั้น ก็ต้องไขความจริงให้ได้ว่า มีการจัดฉากหรือไม่ โดยช่วงบ่ายวันนี้(16 ม.ค.) ตนเองจะลงไปเอง และได้สั่งชุดสืบสวนส่วนกลาง ลงไปหาความจริงแล้ว หากมีตำรวจไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
ด้านพฤติการณ์ของเด็ก มองว่า เด็กอายุขนาดนี้ พฤติการณ์ "เลวร้ายมาก" มีการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ตนเองก็รับไม่ได้ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนพ่อของเด็กที่เป็นตำรวจเกี่ยวข้องหรือไม่ ตนเองจะไปหาความจริงและทำความจริงให้ปรากฏ ส่วนเรื่องอายุของเด็ก ที่ว่าอยากให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข ก็เป็นกระบวนการของกฎหมายที่ต้องไปศึกษา เพราะนี่เป็นเพียงเด็กกลุ่มหนึ่ง เรื่องแก้ไขอายุเป็นเรื่องระยะยาว
ทั้งนี้ตนเองเพิ่งทราบเรื่องเมื่อคืนนี้(15 ม.ค.) ยังไม่ได้ดูรายละเอียดในสำนวน และวันนี้การมาร้องเรียนก็เกิดจากความไม่เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจว่า ทำไมถึงไปดำเนินคดีกับลุงเปี๊ยก จึงต้องขอเวลาทำงานก่อน เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ
ส่วน ลุงเปี๊ยก จะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ดูแลลุงเปี๊ยกต่อ แต่ไม่ได้ให้ไปอยู่ในเซฟเฮ้าส์ หรือโรงพัก และส่วนตัวยังไม่รู้ว่า ลุงเปี๊ยกอยู่ไหน ไม่ทราบว่าอยู่ในการดูแลของใคร แต่การลงพื้นที่ไป ตนเองจะสั่งให้ผู้การจังหวัด, ผู้กำกับสภ.อรัญประเทศ เอาตัวพยานมาสอบ เพราะตำรวจต้องรู้ว่าพยานอยู่ไหน
"จะไม่ปกป้องตำรวจที่กระทำความผิด และจะต้องลงโทษ 2 เท่า เนื้อไหนร้ายต้องตัดทิ้ง วันนี้จะไปปิดบังอะไรไม่ได้" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
ล่าสุดวันนี้(16 ม.ค.) พล.ต.ต.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว กรณีพ่อของ 1 ในผู้ก่อเหตุ เป็นรองสารวัตรสืบฯ สภ.อรัญประเทศ ที่อาจจะส่งผลต่อคดีนั้น ตนเองได้สั่งย้ายให้ตำรวจนายดังกล่าว มาปฏิบัติหน้าที่ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (ศปก.ภ.จว.สระแก้ว) ชั่วคราว จนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น เพื่อไม่ให้มายุ่งเหยิงกับคดีได้ เพราะลูกชายก็เป็นผู้ต้องหาด้วย