ทำความรู้จักกรณี "พรากผู้เยาว์"
ความผิดอาญาฐานการพรากผู้เยาว์ มีบทบัญญัติกฎหมายอยู่ในมาตรา 317, 318 และ 319 ความหมายของคำว่า “พราก” ตามคำพิพากษาศาลฎีกาให้ความหมายไว้ว่า หมายถึง การพาไปหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแล
ดังนั้นต้องทำการวินิจฉัย ว่า ผู้กระทำความผิดได้มี “การพาไปหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแลหรือไม่” โดยที่กฎหมายให้ลักษณะของ “การพาไป” ไว้ว่า เป็นการพาไปหรือแยกเด็กอออกไปจากอำนาจการปกครองดูแล โดยไม่จำกัดว่าจะกระทำด้วยวิธีใด ทำให้อำนาจปกครองดูแลของบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กถูกรบกวน หรือถูกระทบกระเทือน โดยบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย อันเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล
ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ใด หากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลยังเอาใจใส่เด็กย่อมอยู่ในอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลตลอดเวลา ดังนั้นการพรากเด็กไม่ว่าผู้พรากเด็กจะเป็นฝ่ายชักชวนโดยมีเจตนามุ่งหมายที่จะกระทำชำเราเพียงอย่างเดียว และผู้เยาว์ก็ยินยอมที่จะไปก็ย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้น
เปิดบทบัญญัติ ข้อหาและการลงโทษ "พรากผู้เยาว์"
บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 (พรากเด็ก) คือ เยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี มาตรา 318 และมาตรา 319 (พรากผู้เยาว์) คือเยาวชนอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ที่ได้มีการบัญญัติในเรื่องของการพรากเด็กหรือพรากผู้เยาว์เป็นการเฉพาะเพื่อมุ่งคุ้มครองอำนาจการปกครองบิดามารดา หรือผู้ดูแล ไว้ดังนี้..
มาตรา 317
มาตรา 317 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 300,000 บาท ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวเด็กซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น
ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท
มาตรา 318
มาตรา 318 ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาท ถึง 200,000 บาท
ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 300,000 บาท
มาตรา 319
มาตรา 319 ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาท ถึง 200,000 บาท
ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น
เมื่อพิจารณาจากข้อกฎหมาย เด็กที่อายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กที่อายุเกิน 15 ปีแล้ว แต่ยังไม่เกิน 18 ปี หากถูกล่วงละเมิด ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ผู้ล่วงละเมิดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา “พรากผู้เยาว์” ซึ่งแต่ละมาตราจะมีอัตราโทษและความรุนแรงที่ต่างกันออกไป โดยสรุปก็คือมีโทษทั้งปรับและจำคุก
กรณีของ "สมรักษ์" บทสรุปส่งท้ายจะลงเอยอย่างไร จึงน่าจับตาหลักฐานและจะต่อสู้แนวใด สุดท้ายแล้วจะ"รอดคุก"ได้หรือไม่ ??