ด้าน น.ส.เต้ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ตนได้ไปทำตา 2 ชั้น และทำโครงหน้า กรอโหนกแก้ม กรอข้างแก้ม เลื่อนไรผม โดยหมอกรีดหนังหัว ถลกหนังหัวเลื่อนลงมา และกรีดในปาก ซึ่งหมอใช้เพียงยาชา แต่ไม่ใช้ยาสลบ โดยศัลยกรรมปรับโครงหน้า ทำครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค.2566 หลังทำเสร็จพบว่าโหนกแก้มปูด หลังจากนั้นไปทำตา 2 ชั้น เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2566 แต่ทำมาแล้วกลับผิดพลาด แผลไม่สวย ตาผิดรูป ไม่เท่ากัน
จึงแจ้งหมอ หมอให้กลับไปแก้ จึงไปแก้ตารอบ 2 ไปแก้เมื่อ 27 ต.ค.2566 แต่กลับผิดพลาดมากกว่าเดิม ตนถามหาความรับผิดชอบ เพราะไม่อยากแก้กับหมอคนเดิมแล้ว แต่หมอบอกว่าต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำแล้วสวยได้เลย ใน 1-2 วัน ส่วนตัวเสียค่าใช้จ่ายปรับโครงหน้าทั้งหมด 103,000 บาท และทำตาอีก 21,000 บาท
ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อชีวิต เห็นแผลเป็นชัดเจน หน้าพัง ได้ไปทำซีทีสแกนพบข้างในพัง หน้าเป็นหลุม ตาไม่ปกติ เป็นแผลเป็นตลอดชีวิต อ้าปากกว้างไม่ได้ หลับตาไม่สนิท น้ำตาไหลตลอดเวลา และโดนลมไม่ได้ และยกแขนสูงไม่ได้ เพราะวันแก้ตา หมอผ่าตัดเอาไขมันรักแร้มาเติมที่ตา จึงอยากทราบว่าทางการแพทย์ สามารถทำแบบนี้ได้หรือไม่