จากกรณีสายไหมต้องรอด พานายนอ (สงวนนามสกุล) อายุ 83 ปี และ นางแว่น (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี เข้าร้องทุกข์กับ ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ลูกสาวแอบเอายากล่อมประสาทให้กินเป็นเวลานาน 3 ปี จนเกือบจะเสียสติ ก่อนฮุบสมบัติ 500 ล้าน ด้าน "ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต" ได้ส่งตัวทั้งคู่ไปตรวจหาสารต่างๆ ว่า ยาที่ได้รับจากลูกสาวเป็นยาอะไร เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
1 พฤศจิกายน 2566 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาสองตา-ยาย มายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อฟังผลการตรวจเส้นผมของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นจากการตรวจเส้นผมของยาย พบสารเคมีบางชนิดที่เป็นสารเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังกลับไป พบว่าเป็นยาที่อยู่ในช่วงที่อยู่ลูกสาวคนเล็กพอดี ค่อนข้างชัดเจนว่ายายและตาถูกวางยาในช่วงเวลาที่พำนักกับลูกสาวคนเล็ก
ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต กล่าวว่า ทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำหน้าที่แจ้งผลการตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้ตายายรับทราบเท่านั้น ส่วนหลังจากนี้ในทางคดีเป็นเรื่องของตำรวจ โดยผลของเส้นผมคุณตานั้น ไม่พบสารหรือวัตถุออกฤทธิ์แต่อย่างใด ส่วนผลของเส้นผมคุณยายนั้น พบสารออกฤทธิ์ส่งผลต่อการกล่อมประสาท แต่ขอสงวนชื่อยา แต่เป็นยาที่วัยรุ่นชอบนำไปผสมเป็นยามึนเมา 4×100