ต่อมาเวลา 11.40 น. ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที พบว่าพ่อของเด็กไม่ได้หนีออกทางกำแพงด้านหลังแคมป์คนงาน แต่นำลูกชายไปหลบซ่อนอยู่ในห้องคนงานคนอื่น เจ้าหน้าที่ พม. และตำรวจ จึงแยกตัวเด็กออกมาเพื่อความปลอดภัย จากนั้นตำรวจได้เชิญตัวพ่อของเด็กไปสอบปากคำเพิ่มเติม
ระหว่างที่ตำรวจนำพ่อของเด็ก คือนายวิชิต (สงวนนามสกุล) ออกมา ผู้สื่อข่าวได้พยายามถามนายวิชิตว่า ทำไมถึงทำรุนแรงกับเด็กนายวิชิตบอกว่าตนไม่ได้ทำร้ายเด็ก และไม่ได้ลงมือรุนแรง ภาพที่เห็นเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น ที่ทำไปเพราะต้องการประชดอดีตภรรยา อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกัน มานั่งคุยกัน ซึ่งยอมรับว่าตนกับภรรยา มีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด และทุกครั้งที่มีปัญหา อดีตภรรยาก็จะอุ้มลูกหนีไป ตนก็ไปตามกลับมาทุกครั้ง จึงอยากถามกลับว่า ตนเองทำอะไรผิด ทั้งที่ตัวเองเป็นคนหาเงิน เลี้ยงดูและให้ทุกอย่าง
ขณะที่ กัน จอมพลัง ได้ออกมาเปิดเผยหลังพบตัว นายวิชิตและลูกชายว่า ช่วงแรกของการเข้าตรวจค้น ค่อนข้างชุลมุน ประกอบกับนายวิชิดและลูก ได้หายออกไปจากห้องพัก ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า นายวิชิดอาจจะพาลูกหนีออกไปหลังแคมป์ แต่ภายหลังการตรวจสอบด้านหลังแคมป์ พบเป็นกำแพงสูง และมีหญ้ารก นอกจากนี้นายวิชิต ยังเป็นคนที่คอยดูแลภายในแคมป์ ย่อมรู้ทางหลบซ่อน จึงคิดว่าน่าจะหลบซ่อนอยู่ ภายในห้องใดห้องหนึ่ง จึงประสานให้พี่ชายนายวิชิตโทรหาน้องชาย
เมื่อสามารถติดต่อนายวิชิตได้ จึงขอพูดคุยเจรจาด้วย และทราบว่านายวิชิตเป็นแฟนคลับตน จึงได้ขอให้นายวิชิตนำลูกออกมาให้เจ้าหน้าที่ดูว่าลูกปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งนายวิชิตยินยอมที่จะนำลูกออกมา แต่มีข้อแม้ ขอให้ตนรับฟังปัญหาต่างๆ และอยากให้ประสานภรรยา หรือแม่ของเด็ก เข้ามาพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยตนรับปาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 คนนี้ได้
ทั้งนี้นายวิชิต ยอมรับว่าสิ่งที่ทำไปมันผิด ส่วนเด็กจะอยู่ในความดูแลของ พม. ซึ่งในเบื้องต้น เท่าที่ดูเด็กไม่มีบาดแผลภายนอก หลังจากนี้ พม.จะต้องดำเนินการตรวจร่างการเด็ก อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กกำลังเดินทางมาที่ สน.หัวหมาก เพื่อพูดคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น
สำหรับส่วนหัวหน้างานที่ออกมาไล่ทีมงานและผู้สื่อข่าวก่อนหน้านี้ เกิดจากความเข้าใจผิด จึงได้มีการพูดคุยว่า เข้ามาเพื่อช่วยเหลือเด็ก เมื่อหัวหน้าคนงานทราบถึงรายละเอียด ก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่