ขณะที่ป้าได้เดินทางไปรับ ด.ญ.ดาว นั้น นายจ้างผู้หญิงบอกให้รอสามีของตนก่อน แต่ป้าของ ด.ญ.ดาว เกรงจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจพาหลานสาว วัย 12 ปี หนีออกจากบ้านหลังดังกล่าว แล้วมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ
ด้าน ด.ญ.ดาว(นามสมมุติ) กล่าวว่า หนูอยากทำงาน หาเงิน เพื่อนจึงชวนมาทำงานที่ประเทศไทย โดยไม่ได้บอกพ่อแม่ นายหน้าเรียกเก็บเงิน 6,000 บาทเป็นค่าเดินทางและหานายจ้าง หนูได้ไปทำงานบ้านและเลี้ยงลูกให้กับสามีภรรยาคู่หนึ่ง ตกลงค่าจ้างที่เดือนละ 9,000 บาท พร้อมกินนอนอยู่ที่บ้านนายจ้าง ซึ่งหนูต้องจ่าย 500 เป็ฯเงินค่านายหน้า ส่วนนายจ้างจ่าย 2,500 บาทให้แก่นายหน้า แต่ทำงานอยู่ได้ 3 วัน ก็ถูกล่วงละเมิด
"นายจ้างผู้ชายเดินออกไปจากห้องในเช้าวันรุ่งขึ้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอหนูบอกเรื่องนี้กับนายจ้างผู้หญิง เขารีบซื้อยาคุมฉุกเฉินให้และบอกว่าไม่ให้เอาเรื่อง ส่วนนายผู้ชายก็บอกว่า เขาเป็นตำรวจ ทำอะไรเขาไม่ได้ ถ้าหนูไปแจ้งความ ตำรวจก็จะจับหนูเพราะหลบหนีเข้าเมือง หนูกลัวมาก”
นางปวีณา กล่าวว่า ด.ญ.ดาว พร้อมคุณป้าของเด็ก แจ้งขอความช่วยเหลือ ก็ได้รับเด็กผู้เสียหายเข้ารับการคุ้มครอง ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว กรุงเทพฯ ในทันที เมื่อวันที่ 29 กันยายน ต่อมา มีประสานกับตำรวจ สน.ทุ่งครุ พร้อมนัดหมายสหวิชาชีพ เข้าแจ้งความ และตรวจร่างกาย ในวันที่ 30 กันยายน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้พา ด.ญ.ดาวไปชี้บ้านที่เกิดเหตุ รวบรวม พยาน หลักฐานเพื่อออกหมายจับเสร็จสิ้นภายใน 1 วัน
"เด็กต่างด้าวหลบหนีเข้าทำงานในประเทศไทย เพราะความยากจน แต่กลับมีบุคคลกลุ่มหนึ่งอาศัยความยากลำบากของเด็ก เอามาเป็นเครื่องมือของการทำมาหากิน โดยพาเด็กไปค้าแรงงานเถื่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย" นางปวีณา ระบุ